วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558

fine diamond will have great cutting! Ideal diamond cut

fine diamond will have great cutting!
A fine cut or ”make” can make an enormous difference in the sparkle and brilliance of a diamond. Round diamonds usually have 58 facets and are called round brilliant cut diamonds. The crown facets diffuse light into “fire,” while the table width and other proportions determine the brilliance.

The cut is crucial to the quality of the diamond, because of its influence on the refraction of light entering the stone. Most of the light entering the top of the stone needs to be returned back in order for it to “sparkle.” If the stone is cut well it will return most of the light, revealing the brilliance and sparkle of the diamond.

A proportion grading table recommended by the IDC*

http://jordanjewelers.com/diamond-cut-4cs/

https://eshop.gabrielny.com/products-bridal/?utm_referrer=http://jordanjewelers.com/diamond-cut-4cs/

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

Wax setting ฝังพลอยในเทียน กับความอยู่รอดของโรงงาน

การเรียนรู้เทคนิคใส่พลอยในเทียน
ด้วยวิธีที่พัฒนาจุดแข็งให้แกร่งขึ้น
ต้องเก็บปัญหาของแต่ละรูปแบบ
ของงานด้วยสถิติ จึงนำมาป้องกัน
เป็นเชิงระบบ  แล้วจึงดำรง known how
ไว้ได้นานที่สุด.

รักษาระบบไว้ให้ดี...คนมีฝีมือสร้างยาก

....เรียนรู้..ทดลอง..สรุป...สร้างระบบ..จุดแข็งจะแกร่ง..คงไว้ยาวนาน

เปิดเรียนคอร์สของเดือนกุมภาพันธ์  ในวันจันทร์ที่ 9,16นี้

รับจำนวนจำกัด อีกเพียง2 คน...ด่วน..ภายในวันที่7 กุมภาฯ

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
http://gggschool.blogspot.com/
http://san5882.blogspot.com/
คุณสันต์: 091-8078228
Email : sanaw588@yahoo.com
Line ID : gemsara
โรงเรียนสอนออกแบบและผลิตเครื่องประดับอัญมณี
(Gems and Gemology and Graphic design of school)
หรือ GGG.

ขอบคุณครับ

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2558

The top ten designs colours for 2015..v2

The top ten designs, fashion colours and trends & colours for 2015

In this issue of CIJ TRENDS & COLOURS, our annual trends tracker guide, we present the top ten design directions for jewellery in 2015, the top ten fashion colours for Spring 2015 and the latest trends & colours for 2015.

http://www.cijintl.com/Spotlight-6638-Colour%20Trends.html

The top ten designs colours for 2015

The top ten designs, fashion colours and trends & colours for 2015

In this issue of CIJ TRENDS & COLOURS, our annual trends tracker guide, we present the top ten design directions for jewellery in 2015, the top ten fashion colours for Spring 2015 and the latest trends & colours for 2015.

http://www.cijintl.com/Spotlight-6638-Colour%20Trends.html

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

การกำหนดคุณภาพของทองคำ

การกำหนดคุณภาพของทองคำ

การกำหนดคุณภาพของทองคำของไทย     ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีวิธีการกำหนดคุณสมบัติ ดังนี้

1.ในอดีต 

ปรากฎหลักฐานตามประกาศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ระบุถึงการกำหนดคุณภาพทองคำ    โดยตั้งพิกัดราคา(ทองคำ)    ตามประมาณของเนื้อทองคำบริสุทธิ์ในทองรูปพรรณ    เนื้อทองคำดังกล่าวอาจผสมด้วยแร่เงิน   หรือทองแดงมากน้อยตามคุณภาพของทองคำ   ส่วนการเรียกทองคุณภาพต่าง ๆ นั้น    ใช้วิธีการเรียกราคาของทองคำต่อน้ำหนักทองหนึ่งบาทเป็นมาตรฐานในการเรียกชื่อทองคำ    โดยเริ่มตั้งแต่ทองเนื้อสี่ขึ้นไปจนถึงทองเนื้อเก้า   ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ทองเนื้อสี่           หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 4 บาท

ทองเนื้อห้า         หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 5 บาท

ทองเนื้อหก         หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 6 บาท (ทองดอกบวบ)

ทองเนื้อเจ็ด        หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 7 บาท

ทองเนื้อแปด       หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 8 บาท

ทองเนื้อเก้า         หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท          ราคา 9 บาท

ทองเนื้อเก้าเป็นทองคำบริสุทธิ์ เรียกว่า   “ทองธรรมชาติ” หรือบางที่เรียกว่า “ทองชมพูนุช” เป็นทองที่มีสีเหลืองเข้มออกแดง    นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันอีกหลายชื่อ   เช่น   “ทองเนื้อแท้”    “ทองคำเลียง”   ซึ่งหมายถึงทองบริสุทธิ์ปราศจากธาตุอื่นเจือปน   ซึ่งตรงกับคำในภาษาล้านนาว่า “คำขา”    นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกทองคุณภาพต่าง ๆ    อีกหลายชื่อ   เช่น   “ทองปะทาสี”   ซึ่งเป็นทองคำเปลวเนื้อบริสุทธิ์ชนิดหนา “ทองดอกบวบ” เป็นทองที่มีเนื้อทองสีเหลืองอ่อนคล้ายดอกบวบ

2.ในปัจจุบัน  

การกำหนดคุณภาพของทองคำยังคงใช้ความบริสุทธิ์ของทองคำในการบ่งบอกคุณภาพของทองคำ   โดยการคิดเนื้อทองเป็น “กะรัต”   ทองคำบริสุทธิ์   หมายถึง   ทองคำที่มีเนื้อทอง 99.99 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น    หรือเรียกกันว่าทองร้อยเปอร์เซ็นต์   หรือเรียกกันในระบบสากลว่า   ทอง 24 กะรัต    ทองซึ่งมีเกณฑ์การบ่งบอกคุณภาพของเนื้อทองโดยบ่งบอกความบริสุทธิ์เป็นกะรัตมีชื่อเรียกว่า   “ทองเค”   ทองคำบริสุทธิ์ไม่มีโลหะหรือสารอื่นเจือปนอยู่เป็นทอง 24 กะรัต   หากมีความบริสุทธิ์ของทองคำลดต่ำลงมา   ก็แสดงว่ามีโลหะอื่นเจือปนมากขึ้นตามส่วน   เช่น   ทอง 14 กะรัต หมายถึง ทองที่มีเนื้อทองบริสุทธิ์ 14 ส่วน และมีโลหะอื่นเจือปน 10 ส่วน   เป็นต้น        ทองประเภทนี้บางทีเรียกว่า “ทองนอก”    ซึ่งส่วนมากนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับเพชรพลอยต่าง ๆ   ในอุตสาหกรรมอัญมณี

กะรัต                 สัญลักษณ์          เปอร์เซ็นต์          เฉดสีที่ได้           นิยมในประเทศ

24                     24K                   100%                ทอง                  สวิสเซอร์แลนด์

22                     22K                   91.7%               เหลืองทอง          อินเดีย

21                     21K                   84.5%               เหลืองทอง          กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

18                     18K                   75%                  เหลืองขาว           อิตาลี,ฝรั่งเศส,ญี่ปุ่น

14                     14K                   58.3%               เหลืองขาว           สหรัฐอเมริกา,อเมริกาเหนือ,อังกฤษ

10                     10K                   41.6%               เหลือง                สหรัฐอเมริกา ,อเมริกาเหนือ

9                      9K                     37.5%               เหลืองปนเขียว     อังกฤษ

8                      8K                     33.3%               เหลืองซีด           เยอรมนี

 

            สำหรับประเทศไทยนั้นใช้มาตรฐานความบริสุทธิ์ของทองคำที่ 96.5 เปอร์เซ็นต์   หากจะเทียบเป็นกะรัตแล้ว จะได้ประมาณ 23.16 K      ซึ่งจะได้สีทองที่เหลืองเข้มกำลังดี   และมีความแข็งของเนื้อทองพอเหมาะสำหรับการนำมาทำเครื่องประดับ                      เนื่องจากทองคำบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์     มีความอ่อนตัวมาก   จึงไม่สามารถนำมาใช้งานได้         จำเป็นต้องผสมโลหะอื่น ๆ   ลงไปเพื่อปรับคุณสมบัติทางกายภาพของทองคำให้แข็งขึ้น คงทนต่อการสึกหรอ    โลหะที่นิยมนำมาผสมกับทองคำได้แก่ เงิน ทองแดง นิกเกล และสังกะสี   ซึ่งอัตราส่วนจะสัมพันธ์ตามความต้องการของผู้ใช้งาน กล่าวคือ ผู้ผลิตทองรูปพรรณแต่ละรายจะมีสูตรของตนเอง    ในการผสมโลหะอื่นเข้ากับทอง     บางรายอาจผสมทองแดงเป็นสัดส่วนที่มากหน่อยเพราะต้องการให้สีของทองออกมามีสีอมแดง หรือบางรายอาจชอบให้ทองของตนสีออกเหลืองขาวก็ผสมเงินในอัตราส่วนที่พอเหมาะ         ซึ่งทั้งหมดนั้นจะได้ความบริสุทธิ์ของทอง 96.5 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกัน  

ที่มา: http://www.goldtraders.or.th/PageView.aspx?page=5

                                 

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

นาค เครื่องประดับนาค

            ในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากทองคำที่นิยมทำเป็นเครื่องประดับแล้ว โลหะผสมต่างๆ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่เนื่องจากโลหะผสมบางชนิด มีส่วนประกอบที่เหมือนกัน หรือคล้ายคลึงกันมาก จะต่างกันก็ที่อัตราส่วนของโลหะต่าง ๆ ที่ใช้ในการผสมเท่านั้น[4]

จึงเป็นปัญหาของผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่สามารถแยกโลหะมีผสมเหล่านี้ออกได้ โลหะผสมที่มีลักษณะคล้ายกับนาก ยกตัวอย่างเช่น

Pink Gold (ทองชมพู) มีทองเป็นส่วนผสมร้อยละ 75 หรือประมาณ 18k รองลงมาคือโลหะอื่น ๆ และสุดท้ายคือทองแดงRed Gold มีทองเป็นส่วนประกอบร้อยละ 75 ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ Pink Gold เป็นอย่างมาก แต่จุดต่างที่สำคัญก็คือ จะมีอัตราส่วนของทองแดงมากกว่าโลหะอื่นๆ ทำให้สีออกแดง ไม่อมชมพูเหมือนทองชมพู และจุดต่างของ Red Gold กับนากคือมีความสุกใสกว่าWhite Gold (ทองขาว) จะมีส่วนผสมของทองคำ แพลเลเดียม สังกะสี และนิกเกิล
ที่มา: http://th.m.wikipedia.org/wiki/

นาค คืออะไร

นาค เป็นเครื่องประดับที่มีมายาวนานไม่แพ้ทองคำ โดยนาคเป็นโลหะผสมทองแดงและทองคำ ซึ่งเป็นโลหะที่ประเทศไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนนิยมใช้ทำเครื่องรูปพรรณ เช่น เข็มขัดนาคหรือสายสร้อย เพราะมีสีแปลกสวยงาม และยังมีความแข็งมากกว่าทองคำบริสุทธิ์ หรือทองรูปพรรณทองคำและทองแดงเมื่อผสมกันแล้วจะมีสีแปลกและสวยงาม เป็นสีกึ่งกลางระหว่างทองคำและทองแดง เรามักจะนิยมเรียกสีของสิ่งของบางชนิดที่คล้ายคลึงกับโลหะผสมชนิดนี้ว่า สีนาค ส่วนผสมระหว่างทองคำและทองแดงมากน้อยแตกต่างกันตามชนิดของนาค ซึ่งปัจจุบันที่ร้านใช้นาคคุณภาพสูง มีส่วนผสมของทอง40-50%ซึ่งการใช้เปอร์เซ็นสูงจะทำให้สีนาคดูสวยงามและยังขัดถูให้สุกใสได้ง่ายกว่าอีกด้วย โดยสินค้านาคของที่ร้านในปัจจุบันนั้น ได้แก่ เข็มขัดแกะลายสุโขทัย และ กำไลข้อมือ  ข้อเท้านาค

ที่มา:http://www.liangsengheng.net/