วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

ทองดอกบวบ

ทองสีดอกบวบ

          ทองสีดอกบวบ ทองดอกบวบ ทองเนื้อริน เป็นคำเรียกชื่อทองคุณภาพต่ำ มีสีเหลืองอ่อน ๆ ปนสีเขียวอ่อนเหมือนสีของดอกบวบ เป็นทองที่มีราคาถูกที่สุดในอดีต ทองสีดอกบวบหนัก ๑ บาท มีราคาเท่ากับเงิน ๑ บาทเท่านั้น

          ทองสีดอกบวบหรือทองเนื้อริน เป็นทองที่คุณภาพต่ำที่สุดจนเกือบจะหมดสภาพความเป็นทองแล้ว เพราะมีแร่ธาตุอื่นเจือปนอยู่มาก ไม่มีความสวยงาม จึงขายกันราคาเท่ากับราคาเงิน คือ ทองสีดอกบวบหนัก ๑ บาท มีราคาเท่ากับเงิน ๑ บาทเท่านั้น อย่างที่เรียกเป็นสำนวนว่า หนักต่อหนัก

          ทองสีดอกบวบ หรือ ทองดอกบวบ ไม่นิยมใช้ทำเครื่องประดับ โบราณใช้ทำเครื่องรางหรือหล่อพระเครื่อง

ที่มา :  บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

ทองคำ

ทองคำนั้นสื่อความหมายถึงสิริมงคล และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณี พิธีกรรมทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีแต่งงาน เหตุผลอย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะการครองคู่นั้น นอกจากความรักแล้ว หากยังต้องการความมั่นคงทางการเงิน แล้วความมั่นคงใดเล่าจะเท่ากับความอบอุ่นที่ได้จากทอง  ซึ่งยิ่งนานวันเจ้าจะยิ่งทวีค่า  ดังนั้นทองคำจึงมีบทบาทในประเพณีมงคลทั้งของชาวตะวันตกและตะวันออก  เช่น

งานแต่งงานแบบจีน ถือว่าสีแดงกับทองเป็นมงคล  และพิธีแต่งงานแบบจีน จะมีทองเข้าไปเกี่ยวข้องหลายขั้นตอน  นับตั้งแต่ของหมั้น ที่นิยมเป็นทองรูปพรรณสี่อย่าง เรียกว่า “สี่เตียมกิม” ประกอบด้วย ต่างหู แหวน สร้อยคอและกำไล  โดยฝ่ายหญิงก็จะมอบแหวนทองให้เจ้าบ่าว  และมีเอี๊ยมแต่งงาน บรรจุเหรียญมังกรทอง ของมงคลอื่น ๆ รวมทั้งปิ่นทอง “ยู่อี่”  ที่แปลว่าสมปรารถนา  และสายเอี๊ยมนั้นยังต้องคล้องสร้อยทองด้วย นอกจากนั้น พ่อแม่เจ้าสาวต้องจัดทรัพย์สิน เงินทองให้เจ้าสาวติดตัวไปและเมื่อถึงเวลายกน้ำชา ผู้ใหญ่ก็มักจะให้ทองคำเป็นของขวัญด้วย

งานมงคลสมรสแบบไทย นั้นมีทองเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นกัน ทั้งเป็นของหมั้นที่เรียกว่า ทองหมั้น ซึ่งจะเป็นทองแท่ง หรือทองรูปพรรณก็ได้ จากนั้นเมื่อถึงเวลายกขันหมาก ขบวนเจ้าบ่าวก็ต้องผ่านประตูทอง ที่ใช้เข็มขัดหรือสร้อยทองกั้น เป็นด่านซึ่งจะได้ซองค่าผ่านประตูมากเป็นพิเศษ และผู้ใหญ่ก็จะมอบทองเป็นของรับไหว้แก่คู่บ่าวสาว  เพื่อนำไปสร้างเนื้อสร้างตัว อีกทั้งเด็กๆ ญาติฝ่ายชายที่ยกขันหมากมา ก็จะได้รับทองคำจากฝ่ายเจ้าสาวเป็นสินน้ำใจเช่นกัน

น้ำหนักประกาย

ในเมื่อทองคำหมายถึงทุนรอนของคู่บ่าวสาว  เนื้อทองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องเลือกสรรกันเป็นพิเศษให้มีคุณค่าอย่างแท้จริง 

เนื้อทองธรรมชาติ   หรือทองบริสุทธิ์ ไม่มีแร่อื่นเจือปน   จะมีสีเหลืองเข้มออกแดง สมัยโบราณเรียกว่า “ทองชมพูนุท หรือทองนพคุณเนื้อเก้า  โดยถือตามรูปแบบการซื้อขายทองของชาวเชียงแสนโบราณที่กำหนดราคาทองเนื้อสูงสุดไว้ที่น้ำหนัก 1 บาท ซึ่งเท่ากับราคาเงิน 9 บาท   จึงเรียกว่าทองเนื้อเก้า รองลงมาก็เป็นเนื้อแปด เนื้อเจ็ด ตามลำดับ   หากมีเศษเกินบาท เช่น 2 สลึง จะเรียกเป็น “ขา”  เช่น ทองน้ำหนัก 1 บาท เท่ากับราคาเงิน 8 บาท 2 สลึง  จะเรียกว่า ทองเนื้อแปดน้ำสองขา  เป็นต้น แหล่งทองชมพูนุทที่ค้นพบตั้งแต่สมัยอยุธยา คือ ขุมทองบางสะพาน ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภออยู่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เมื่อพูดถึงทองบางสะพานจึงหมายถึงทองเนื้อดีที่สุด

สำหรับทองเนื้อรองลงมาจะมีโลหะอื่นเจือปน ทำให้ได้สีต่างกันออกไป เช่น

ทองสีดอกบวบ คือทองเนื้อหกสีเหลืองอ่อน 
ทองนอก หมายถึงทองคำที่ผสมโลหะอื่นลงไปจนกลายเป็นทองทางอย่างที่นิยมกันทางตะวันตก
ทองคำขาว เกิดจากการนำทองคำไปผสมกับเงินนิกเกิล และ/หรือสังกะสี  ทำให้มีสีเงินเงางาม
นาก  เป็นโลหะผสมสีทองอมแดงอ่อน ได้จากการนำทองคำ เงิน และทองแดงมาหลอมรวมกัน ถ้าผสมแล้วได้สีทองออกชมพู จะเรียกว่า ทองสีกุหลาบ หรือ โรสโกลด์ 
สามกษัตริย์ คือชื่อเครื่องประดับสามสีที่ประกอบด้วยทอง เงินและนาก
ความบริสุทธิ์ของเนื้อทองตามมาตรฐานปัจจุบันมีหน่วยวัดเป็นกะรัต หมายถึง น้ำหนักของทองคำบริสุทธิ์ที่ใส่ลงในเนื้อโลหะผสม ทอง 100% หรือทองคำบริสุทธิ์ จะมีค่าเท่ากับ 24 กะรัต เรียกย่อว่า ทอง 24 เค   ถ้าเป็นทองคำ 18 เค  ก็หมายความว่ามีเนื้อทองคำบริสุทธิ์อยู่ 75% ผสมกับโลหะอื่นอีก 25%

ทองคำธรรมชาติมีความอ่อนตัวสูง  เมื่อจะนำมาประดิษฐ์เป็นทองรูปพรรณ จึงต้องเจือโลหะอื่นคงไปเล็กน้อย  เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง  ความบริสุทธิ์ของทางรูปพรรณไทยโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 96.5%  ขึ้นไปถึง 99.99%

ส่วนการซื้อขายทองจะคิดตามน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของเนื้อทอง น้ำหนักทองนั้นมีหน่วยวัดต่างกันไป  แต่พอจะเทียบได้ดังนี้

ทองรูปพรรณ หนัก 1 บาท  เท่ากับ  15.16 กรัม
ทองคำแท่ง  หนัก 1 บาท  เท่ากับ 15.244 กรัม
ทองคำหนัก 31.104 กรัม เท่ากับ 1 ออนซ์
ทอง 32.1508  ออนซ์  เท่ากับ 1 กิโลกรัม
เมื่อทราบน้ำหนักและค่าความบริสุทธิ์ของทองแล้ว  หากเป็นทองแท่งให้นำไปเทียบกับอัตรา ราคาทองคำในตลาด  โดยคิดออกมาเป็นราคามาตรฐาน แต่ถ้าเป็นทองรูปพรรณ ทางร้านจะเพิ่มค่ากำเหน็จหรือ ค่าฝีมือช่างทำทองเข้าไปด้วย  จึงทำให้มีราคาสูงกว่าทองแท่งในน้ำหนักที่เท่ากัน  ค่ากำเหน็จนี้ไม่มีเกณฑ์แน่นอน ทั้งนี้ขึ้นกับความงดงามของชิ้นงานอันเกิดจากศิลปะการออกแบบ  และความวิจิตรของฝีมือช่างทำทอง

คัดสรรรักษา

การคัดสรร   ด้วยเหตุที่ทองรูปพรรณเป็นเครื่องประดับที่มีค่าและราคาค่อนข้างสูง และยิ่งเป็นทองหมั้นก็ยิ่งมากด้วยความหมาย การเลือกซื้อจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ ควรพิจารณาเฉพาะร้านที่น่าเชื่อถือไว้ใจได้และมีตราประทับรับรอง  รวมถึงมีบริการหลังการขาย เช่น การซ่อมแซม การทำความสะอาด โดยรูปแบบของทองก็ต้องให้ถูกใจและควรใช้ได้จริง (ในสมัยโบราณ อาจนิยมมอบเข็มขัดทองเป็นของหมั้น แต่ยุคปัจจุบัน สร้อย แหวน กำไล ต่างหู น่าจะสวมใส่ได้บ่อยกว่า)

สำหรับการดูแลรักษาทองรูปพรรณ  ควรต้องคำนึงไว้เสมอว่าทองเป็นโลหะอ่อน การเก็บรักษาจึงควรใส่กล่องบุผ้านุ่ม  เช่น ผ้าซาติน กำมะหยี่ ที่สำคัญควรเก็บแยกชิ้น เพื่อไม่ให้กระทบกระทั่งกันจนเป็นรอยขูดขีด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเพชรพลอยฝังด้วย ยิ่งต้องระวัง หากเป็นชิ้นเล็ก ให้ห่อด้วยกระดาษนุ่มก่อนเก็บลงกล่อง

การทำความสะอาดทอง  หลังสวมใส่ควรเช็ดด้วยหนังชามัวร์  หรือผ้านิ่ม ๆ หากสีทองหมองลง  ควรล้างด้วยน้ำยาล้างทอง หรืออาจใช้น้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่น เวลาล้างไม่ควรขัดถูแรง  หากสีหมองมาก และเป็นเครื่องประดับที่มีลวดลายละเอียด  ควรแช่ในน้ำเดือด ผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งหยิบมือ  แช่ไว้ประมาณ 30 วินาที โดยแช่ทีละชิ้น จากนั้นซับให้แห้งด้วยผ้านิ่ม  แต่วิธีการแช่น้ำเดือดนี้ ห้ามใช้กับเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยพลอยเนื้ออ่อน  และหากยังไม่มั่นใจ ควรส่งให้ช่างที่ร้านทำความสะอาดจะดีกว่า  แล้วเครื่องประดับทองคำแสนรักก็จะงดงามคงคุณค่าตราบนานเท่านาน

ข้อมูลจาก
http://www.wedding.in.th/guide_ideas/jewelry/guide_gold.php

ทองโบราณ

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพช่างทองโบราณนั้นต้องมีความมุ่งมั่น ความตั้งใจจริง มีแรงจูงใจ และไม่ลืมพื้นฐานในการรักษาเอกลักษณ์ของลวดลายทองโบราณไว้  และยังต้องขวนขวายหาความรู้มีหูตากว้างไกล มีไหวพริบและความคิดพลิกแพลงเพื่อต่อยอดงานออกไปได้เรื่อยๆโดยสามารถคงเอกลักษณ์ของความเป็นทองโบราณไว้

คุณค่าทางศิลปะของทองโบราณนั้นอยู่ที่สุนทรียภาพของลวดลาย ความอ่อนช้อย ตามแบบสมัยโบราณ  คุณลักษณะของงานทองโบราณคือเป็นงานหัตกรรมล้วนๆไม่ใช่งานที่ทำมาจากเครื่องจักร ตั้งแต่การคิดลาย การรีดเส้นทอง การขึ้นรูป  การทำงานออกมาในแต่ละชิ้นต้องอาศัยความแม่นยำในการสร้างรูปทรงตามที่ได้กำหนดขึ้นมาให้เป็นไปตามนั้นให้ได้

ทองโบราณจึงมักมีคุณค่าทางใจต่อผู้ที่มีความชื่นชอบ หรือต้องการมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นผลมาจากการลงมือ ลงแรง การรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้ให้ได้ และการมีความคิดพลิกแพลงทำให้ชิ้นงานออกมาสวยงามร่วมสมัยโดยไม่ทิ้งความเป็นทองโบราณ

ลักษณะของทองคำและการนำมาใช้ทำงานทอง

ในสมัยโบราณนั้นพิจารณาเนื้อทอง  และตั้งราคาทองตามคุณลักษณะของเนื้อทอง มีตั้งแต่    ทองเนื้อสี่ถึงทองเนื้อเก้า  ตามประกาศของรัชกาลที่ ๔   เช่น   ทองเนื้อหกคือ   ทองหนัก ๑  บาท   ราคา ๖ บาท     ทองเนื้อเก้าคือ    ทองหนัก ๑  บาท  ราคา ๙ บาท 

ทองเนื้อเก้าเป็นทองที่บริสุทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  เนื้อสุกปลั่งมีสีเหลืองอมแดง เป็นทองธรรมชาติ  บางครั้งเรียกว่า ทองชมพูนุท  หรือ  ทองเนื้อแท้  นอกจากนี้  ในรัชกาลที่  ๔    ยังทรงกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วย คือ

          - ทองทศ   มีค่าเท่ากับ ๑ ใน ๑๐  ของ ชั่ง  หรือเท่ากับ  ๘  บาท  (๑ ชั่ง = ๘๐ บาท)

          - ทองพิศ   มีค่าเท่ากับ  ๑ ใน  ๒๐  ของชั่ง  หรือเท่ากับ  ๔  บาท

          - ทองพัดดึงส์   มีค่าเท่ากับ  ๑  ใน ๓๒  ของชั่ง  หรือเท่ากับ  ๒.๕๐  บาท 

นอกจากการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนทองคำตามมูลค่าที่กำหนดโดยความบริสุทธิ์ของเนื้อทองแล้ว  ยังได้กำหนดคุณสมบัติของเนื้อทอง  โดยพิจารณาจากรูปลักษณ์  สี  และวิธีที่จะนำทองนั้นมาใช้งาน  หรือแปรรูปให้เหมาะกับงาน  ชื่อที่นิยมเรียกกันคือ

          ๑. ทองดอกบวบ  หรือทองคำที่มีสีดอกบวบ  เป็นทองเนื้อหก  ซึ่งเรียกกันตามความรู้สึกและสายตาที่เห็น นิยมนำมาทำเป็นภาชนะต่างๆและพระพุทธรูป

          ๒. ทองนพคุณ  เป็นทองคำแท้  ทองคำบริสุทธิ์   หรือทองเนื้อเก้า

          ๓.  ทองแล่ง    เป็นทองคำที่นำมาแล่ง หรือทำเป็นเส้นลวดเล็กๆแล้วแต่จะนำไปใช้งานลักษณะใด  เช่น  งานสาน  งานขัด  หรืองานทอ  หรือใช้ปักเครื่องนุ่งห่มที่ทำขึ้นพิเศษ  หรือทำเป็นเครื่อง-ประดับต่างๆ  เช่น  สร้อยคอ  สร้อยข้อมือ  มงกุฎ  อาจใช้เป็นส่วนย่อยของเครื่องประดับชนิดต่างๆ  หรือใช้คาดรัดร้อยยอดเจดีย์ที่ห่อหุ้มปลียอดด้วยทองคำ

          ๔. ทองแป  คือ เหรียญทองในสมัยโบราณใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินตรานำมาใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าตามมูลค่าได้ 

          ๕. ทองใบ  เป็นทองคำที่ตีแผ่เป็นแผ่นบางๆความหนาขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน   จากนั้นนำไปตัดเป็นชิ้นๆเพื่อนำไปพับหรือม้วน  บางครั้งก็เรียกว่า “ทองม้วน”

          ๖.  ทองเค   เดิมเป็นชื่อใช้เรียกทองคำเพื่อเป็นเกณฑ์วัดความบริสุทธิ์  โดยทอง  ๒๔ กะรัต หรือ ๒๔  เค  ถือเป็นทองคำแท้   ส่วนทอง ๑๔ เค  หมายถึง  ทองที่มีจำนวนเนื้อทองคำ ๑๔ กะรัต  ที่เหลือ ๑๐ กะรัตจะมีเนื้อโลหะอื่นเจือปน   ปัจจุบันคำนี้มักหมายถึง ทองที่มีเนื้อโลหะอื่นเจือปนอยู่หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  “ทองนอก”

          ๗. ทองคำเปลว  เป็นทองคำที่ตี เป็นแผ่นบางมาก ใช้สำหรับปิดองค์พระพุทธรูปหรือนำไปทำงานหัตถกรรมชั้นสูง เช่น  ตู้พระธรรม  งานไม้แกะสลักลาย  มีการลงรักแล้วนำทองคำเปลวไปปิด   ซึ่งเรียกกันว่า “ลงรักปิดทอง”

          ๘. ทองรูปพรรณ คือ ทองคำที่นำมาเป็นเครื่องประดับต่างๆ   เช่น   สร้อยคอ  สร้อยข้อมือ   ต่างหู   กำไล  และแหวน  

ทองรูปพรรณนี้เองเป็นที่มาของงานทองโบราณเป็นการทำเครื่องประดับที่มีลวดลายละเอียดอ่อน  ขึ้นอยู่กับว่าช่างผู้ทำแต่ละคนจะมีความคิดสร้างสรรค์แบบชิ้นงานให้มีลวดลายออกมาเช่นใด ความประณีตของทองรูปพรรณซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับยอดฝีมือของประเทศไทยและถือเป็นเอกลักษณ์ของงานหัตถศิลป์ชั้นสูง


ทองเนื้อเก้า

ทองเนื้อเก้า" คือทองอะไร
จากกระแสละครเรื่อง "ทองเนื้อเก้า" ที่เป็นที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ เราคงสงสัยกันบ้างนะคะว่า "ทองเนื้อเก้า" คือทองอะไร เราลองมาดูที่มาที่ไปของคำว่า "ทองเนื้อเก้า" กันดีกว่าค่ะ
ทองเนื้อเก้า
คำนี้เป็นคำที่ใช้ในอดีต ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มีความหมายประมาณว่า ทองคำที่มีน้ำหนัก 1 บาทซึ่งมีเนื้อบริสุทธิ์ใกล้เคียงกับทองคำบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นทองที่มีสีเหลืองเข้มออกแดง ราคาในสมัยนั้นคือ 9 บาท ซึ่งในอดีตก็มีคำเรียกทองประเภทนี้กันหลากหลายนอกเหนือจากคำว่า "ทองเนื้อเก้า" เช่นบางทีก็เรียกว่า "ทองนพคุณ" หรือ "ทองชมพูนุช" ด้วยความบริสุทธิ์ และเป็นทองเนื้อดีที่สุดจึงมีการนำไปเปรียบเปรยเป็นชื่อละครที่แสดงถึงความดีของ "วันเฉลิม" ลูกคนแรกของลำยอง ที่แม้ว่าแม่จะทำตัวไม่ดี แต่ตัววันเฉลิมเองก็สามารถเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีได้ เปรียบเหมือนคนดีที่เนื้อแท้แม้จะมีสิ่งยั่วยุ หรือสภาพแวดล้อมที่แย่ขนาดไหนก็ยังคงเป็นคนดีได้เสมอ

ในสมัยก่อนนั้น การกำหนดคุณภาพทองคำของไทย (ปรากฎหลักฐานตามประกาศของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)) จะตั้งพิกัดราคาทองคำตามประมาณของเนื้อทองคำบริสุทธิ์ในทองรูปพรรณ เนื้อทองคำดังกล่าวอาจผสมด้วยแร่เงิน หรือทองแดงมากน้อยตามคุณภาพของทองคำ ส่วนการเรียกทองคุณภาพต่าง ๆ นั้น ใช้วิธีการเรียกราคาของทองคำต่อน้ำหนักทอง 1 บาทเป็นมาตรฐานในการเรียกชื่อทองคำ โดยเริ่มตั้งแต่ "ทองเนื้อสี่" ขึ้นไปจนถึง "ทองเนื้อเก้า" ซึ่งทองเนื้อสี่จะเป็นทองที่คุณภาพด้อยที่สุด กล่าวคือทองคำน้ำหนัก 1 บาททองคำ จะมีมูลค่าการซื้อขายเพียงสี่บาท โดยในสมัยก่อน มีการจำแนกประเภททองคำ และราคาเป็นดังนี้ค่ะ
ทองเนื้อสี่     หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 4 บาท
ทองเนื้อห้า   หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 5 บาท
ทองเนื้อหก   หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 6 บาท
ทองเนื้อเจ็ด  หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 7 บาท
ทองเนื้อแปด หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 8 บาท
ทองเนื้อเก้า   หมายถึง ทองคำหนักหนึ่งบาท ราคา 9 บาท

ประชุม IUM

ขุดทองบางสะพาน

ตะลึงทองก้อนหนัก 2 บาทโผล่ในคลอง! ร้านขอซื้อ 1 แสนไม่ขาย ชาวบ้านแห่ร่อนได้กันทั่วหน้า!!
วันที่ 14 ธันวาคม 2559 - 19:37 น.

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่ามีชาวบ้านพบทองคำในคลองที่บางสะพาน น้ำหนักกว่า 2 บาท ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่แห่ไปร่อนทองกันตลอดทั้งวัน จึงเดินทางไปตรวจสอบพบชาวบ้านเป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 5-8 คนกำลังใช้อุปกรณ์ขุดหาทองอยู่ในคลองขึ้นมาร่อน โดยแต่ละคนจะได้ทองกันคนละเล็กละน้อย นำใส่กระป๋องหรือขวดเก็บไว้

นางจิดาภา จิตรณรงค์ อายุ 39 ปี เปิดเผยว่า หลังน้ำลดได้นำอุปกรณ์ร่อนทองก็คือ เลียง เสียม และกระป๋อง ไปลงร่อนทองในคลองทองขณะที่กำลังจะเลิกหากระทะสุดท้ายที่ร่อนอยู่นั้นปรากฎว่า พบทองคำ 1 ก้อนจึงนำกลับมาบ้านพอเช้าวันรุ่งขึ้นเอาไปให้ร้านทองชั่งดู พบมีน้ำหนัก 2 บาทกว่า ทางร้านขอซื้อแต่ตนยังไม่ขาย เมื่อกลับมาบ้านก็มีคนมาขอซื้ออีกแต่ก็ยังไม่ขายเพราะต้องการเก็บไว้

ด้านนายกฤษดา หมวดน้อย คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่าหลังจากอำเภอบางสะพานประสบอุทกภัยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา น้ำป่าจากเทือกเขาตระนาวศรีได้ไหลลงมาในคลองทองกวาดเอาหน้าดินที่ทับถมออกไปกับน้ำ เมื่อน้ำลดชาวบ้านจึงนำอุปกรณ์มาร่อนทอง ซึ่งเป็นภูมิปัญญาสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนเป็นเวลาเกือบ 200 ปี ที่ถ่ายทอดผ่านชีวิตจริงรุ่นต่อรุ่นมาถึงปัจจุบัน ในครั้งนี้ก็เช่นกันมีชาวบ้านได้ทองก้อนน้ำหนักประมาณ 2 บาทเศษ ซึ่งมีผู้มาขอซื้อ 1 แสน แต่เจ้าของยังไม่ขาย

“ทองบางสะพานถือว่าเป็นทองคำที่ดีที่สุดในประเทศ มีพุทธคุณอยู่ในตัว ในอดีตปรากฏหลักฐานในพงศาวดาร พระสมัยของพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกษฐ์ ในพ.ศ.2289-2291 ได้เกณฑ์ไพร่พลจำนวน 2 พันคน มาร่อนทองที่บางสะพานได้ทองคำ 90 ชั่ง น้ำหนัก 54 กิโลกรัม หรือน้ำหนักทอง 3,600 บาท นำไปหุ้มยอดมณฑปพระพุทธบาทสระบุรี นอกจากนี้ในวรรณคดีขุนช้าง ขุนแผน ได้กล่าวถึงการนำทองบางสะพานไปทำ“ดาบฟ้าฟื้น” ของขุนแผน ความตอนหนึ่งระบุว่า เอาไม้ระงับสรรพยามาทำฝัก ประสมผงลงรักให้ผิวผ่อง กาบหุ้มต้นปลายลายจำลอง ทำด้วยทองถ้วนบาทชาติ“บางตะพาน”ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่าบางสะพาน ดาบฟ้าฟื้นของของขุนแผนนั้นถือเป็นดาบอันศักดิ์สิทธิ์คู่กาย จึงเชื่อกันว่า ทองบางสะพาน จะมีพุทธคุณคุ้มภัยต่างๆทั้งทูตผีปีศาจ

นายกฤษดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นายศักดิ์ดา เอกพัฒน์ศิริ นายก อบต.ร่อนทอง มีแนวคิดดึงวิถีชีวิตการร่อนทองของคนตำบลร่อนทองที่จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นวัฒนธรรมของตำบลร่อนทอง ที่ควรนำมาเสนอให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แปลกและน่าสนใจ ให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้เข้าชม สำหรับผู้สนใจสามารถเดินทางไปที่ท่ารถเกาะยายฉิม ตรงข้าม สภ.บางสะพาน เพื่อเดินทางไปเช่าเลียงไปร่อนหาทองในคลองทองด้วยตนเองได้
ที่มา: ข่าวสด

ตารางเรียน GGG

ตารางเรียนล่าสุด

ตารางเรียน 15/1/2560(วันอาทิตย์)
1)คอร์สประเมินราคาเครื่องประดับอัญมณี ดูเพชรแท้เพชรเทียม(5,000/1 วัน)
2)คอร์สการซ่อม,ตัดต่อไซส์แหวน,ทำแหวนเพชร. ฝังเพชร. (4,400/2วัน)
3)คอร์สช่างแกะแว็กซ์พื้นฐาน-2. (4,400/2วัน)
4)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน

ตารางเรียน 22/1/2560 (วันอาทิตย์)
1)คอร์สการซ่อม-ตัดต่อไซส์แหวน ทำแหวนเพชร (4,400/2วัน)
2)คอร์สทำกรอบพระ พื้นฐาน1เน้นฝังพลอย ตัดลาย ขึ้นกรอบทอง (4,400/2วัน)
3)คอร์สชุบทอง ชุบเงิน-ภาคทฤษฎี(4,400บาท/2วัน).. เรียน2วัน
4)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน)

ตารางเรียน 29/1/2560(วันอาทิตย์)
1)คอร์สประเมินราคาเครื่องประดับอัญมณี ดูเพชรแท้เพชรเทียม(5,000/1 วัน)
2)คอร์สการซ่อม-ฝังพลอย(4,400/2วัน)
3)คอร์สช่างแกะแว็กซ์พื้นฐาน-2. (4,400/2วัน)
4)คอร์สชุบทอง ชุบเงิน-ภาคปฏิบัติ(4,400บาท/2วัน).. เรียน2วัน
5)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน)

ตารางเรียน 5/2/2560(วันอาทิตย์)
1)คอร์สประเมินราคาเครื่องประดับอัญมณี ดูเพชรแท้เพชรเทียม(5,000/1 วัน)
2)คอร์สการซ่อม,ตัดต่อไซส์แหวน,ทำแหวนเพชร. (4,400/2วัน)
3)คอร์สช่างแกะแว็กซ์พื้นฐาน-2. (4,400/2วัน)
4)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน

ตารางเรียน 19/2/2560 (วันอาทิตย์)
1)คอร์สการซ่อม-ตัดต่อไซส์แหวน ทำแหวนเพชร (4,400/2วัน)
2)คอร์สทำกรอบพระ พื้นฐาน1เน้นฝังพลอย ตัดลาย ขึ้นกรอบทอง (4,400/2วัน)
3)คอร์สชุบทอง ชุบเงิน-ภาคทฤษฎี(4,400บาท/2วัน).. เรียน2วัน
4)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน)

ตารางเรียน 26/2/2560(วันอาทิตย์)
1)คอร์สประเมินราคาเครื่องประดับอัญมณี ดูเพชรแท้เพชรเทียม(5,000/1 วัน)
2)คอร์สการซ่อม,ตัดต่อไซส์แหวน,ทำแหวนเพชร. (4,400/2วัน)
3)คอร์สช่างแกะแว็กซ์พื้นฐาน-2. (4,400/2วัน)
4)คอร์สกราฟิกดีไซน์ (15,000/5วัน

คอร์สพิเศษ. ฝังพลอยในเทียน
1)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลา5,000บาท/วัน
2)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลาเวลา. เน้นบริหารทั้งระบบ55,000บาท/3วัน
3)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลาเวลา. เน้นบริหารทั้งระบบ95,000บาท/5วัน