แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดร. ภาณุสฤษฏิ์ บุญคำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดร. ภาณุสฤษฏิ์ บุญคำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560

ฟูจิ ซีร็อกซ์

ฟูจิ ซีร็อกซ์ มุ่ง R&D ฝ่ากระแส Digital Disruption

updated: 27 ธ.ค. 2559 เวลา 09:45:10 น.
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านดิจิทัล (Digital Disruption) กระทบกับองค์กรธุรกิจไม่น้อย โดยมีการสำรวจพบว่า บริษัทใหญ่ที่ติดอันดับ Fortune 500 ปัจจุบันราว 52% เริ่มปิดกิจการไปแล้ว และอายุเฉลี่ยของบริษัทปัจจุบันเหลือแค่ 15 ปี

สำหรับ "ฟูจิ ซีร็อกซ์" ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2505 ไม่กังวล

"ฮิโรชิ คูริฮารา" ประธาน บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ยืนยันว่า การเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลไม่เป็นปัญหากับบริษัท เพราะปฏิรูปทั้งองค์กร และผลิตภัณฑ์ให้ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลมานานแล้ว ทั้งการพัฒนาการเชื่อมต่อเข้ากับดีไวซ์ที่หลากหลายตามเทรนด์โลก อาทิ Internet of Things (IoT) Big Data ที่ต้องพัฒนาการบริหารจัดการด้านข้อมูลมารองรับ

"ทุกวันนี้มีข้อมูลเกิดขึ้นอย่างมหาศาล สิ่งที่บริษัทได้ทำแล้วและจะต้องทำต่อไปคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือใหม่ ๆ ให้อัจฉริยะมากขึ้น ทุกวันนี้ถึงจุดที่ทุกสิ่งต้องเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลทั้งหมด แต่สำหรับฟูจิ ซีร็อกซ์ ดิจิทัลไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นสิ่งที่เป็นอยู่แล้ว จึงมั่นใจว่าบริษัทยังเข้มแข็ง และรับมือกับกระแสโลกดิจิทัลได้"

โดยอาศัยจุดแข็งของบริษัทที่เชี่ยวชาญการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนแปลงไปอยู่ในหลายรูปแบบไม่ได้จำกัดเฉพาะกระดาษ แต่ยังมีทั้งบทสนทนา, รูปภาพ, เสียง, เอกสาร ที่เกิดขึ้นในองค์กรธุรกิจทุกวัน

หนึ่งปีมานี้ได้ปฏิรูปธุรกิจให้มุ่งเน้นไปที่โซลูชั่น และบริการให้สอดรับกับสภาวะทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ถดถอย ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีและมุ่งเน้นสู่ "Industry 4.0" ที่ครอบคลุมทั้ง Big Data, IOT และการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ

ธุรกิจใหม่-ตลาดใหม่เติบโต

"คัตสึฮิโระ ยานากาวา" ผู้อำนวยการและรองประธานบริหาร ฟูจิ ซีร็อกซ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทเมื่อเทียบกับปี 2552 ที่รายได้กว่า 68% มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นสำหรับสำนักงาน (Office Products) กับเครื่องพิมพ์สำนักงาน (Office Printers) แต่ล่าสุดในปี 2558 ลดลงเหลือราว 59% ขณะที่รายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่ ๆ ที่ได้พัฒนาขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระดับโปรดักชั่น (Produc-tion Services) และการบริการบริหารจัดการกระบวนการด้านงานเอกสารแบบครบวงจร (Global Services) ได้ปรับสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 32% มาอยู่ที่ 41%

ขณะที่รายได้รวมในปี 2558 (งบการเงินสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2559) อยู่ที่ 1,183,400 ล้านเยน (ราว 361,527 ล้านบาท) ยังมาจากญี่ปุ่นและต่างประเทศในสัดส่วนเท่ากันคือ 50% ต่างจากในปี 2552 ที่เป็นรายได้จากญี่ปุ่นถึง 63% โดยรายได้จากตลาดในเอเชีย-แปซิฟิกและจีน เติบโตถึง 3% ขณะที่ตลาดในภูมิภาคอื่นอยู่ในภาวะหดตัว ทั้งผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นของบริษัทมีมาร์เก็ตแชร์ในตลาดดังกล่าวถึง 28% เป็นอันดับ 1 ในตลาด

เอเชีย-แปซิฟิกตลาดสำคัญ

"มาซาชิ ฮอนดะ" รองประธานอาวุโส บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานบริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า เอเชีย-แปซิฟิกเป็นอีกตลาดสำคัญ สร้างรายได้กว่า 25% ของรายได้รวม ทั้งประสบความสำเร็จในการทำตลาดครองส่วนแบ่งเป็นอันดับหนึ่งทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ และโซลูชั่นสำหรับสำนักงาน ที่มีมาร์เก็ตแชร์ 28% กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระดับโปรดักชั่น ครองอยู่ 61%

กลยุทธ์สำหรับตลาดเอเชีย-แปซิฟิก คือ Smart Work Gateway ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้กับลูกค้า โดยใช้ผสานระบบคลาวด์ สร้างความปลอดภัยของข้อมูลในการใช้งานแบบโมบาย การรองรับการทำงานด้านเอกสารที่ซับซ้อนให้บริหารจัดการง่ายดาย

โดยจะมีนำเสนอโซลูชั่นและบริการที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศซึ่งจะโฟกัสไปในอุตสาหกรรมด้านการผลิตสุขภาพ การเงิน การศึกษา รวมถึงบริการสาธารณะ ที่บริษัทมีโซลูชั่นที่จะเข้าไปบริหารจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนให้ลูกค้าได้

"ตลาดอาเซียนยังเติบโตได้อย่างรวดเร็วอย่างในเมียนมาที่เพิ่งเข้าไปทำตลาดในปี2556 มีรายได้เติบโตขึ้นเป็น 3 เท่าใน 3 ปีที่ผ่านมา กัมพูชาซึ่งเริ่มทำตลาดในปีที่แล้ว คาดว่ารายได้จะโตขึ้น 4 เท่าใน 4 ปี ส่วนในไทยจะเข้าไปโฟกัสในกลุ่มโซลูชั่นและบริการสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต เนื่องจากมีโรงงานเป็นจำนวนมาก และอุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพ ที่ไทยมีโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง และล้วนเติบโตอย่างน่าสนใจ ส่วนในสิงคโปร์จะเน้นที่อุตสาหกรรมภาคการเงิน"

มุ่งวิจัยพัฒนาอุปกรณ์อัจฉริยะ

ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องล่าสุดปีนี้ใช้งบฯ 163,000 ล้านเยน (ราว 49,797 ล้านบาท) เพื่อให้มีโซลูชั่นและบริการใหม่ ๆ ที่จะมาตอบสนองความต้องการของลูกค้า

"มาซาฮิโกะ ฟูจิ" Marking Technology Laboratory/Research & Development Group บริษัทเดียวกัน ระบุถึงงานวิจัยชิ้นสำคัญในขณะนี้ คือ เครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เรียกว่า FAV (Fabricatable Voxel) ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ผลิตวัตถุที่มีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อนทั้งแง่โครงสร้างและสีของวัตถุที่มีความละเอียดสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีความแข็งแรงรองรับการเติบโตของตลาดการพิมพ์ 3 มิติ ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงเกิน 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 716,882 ล้านบาท) ในอีก 4 ปีข้างหน้า

และยังมีโครงการวิจัย "TelePresence" ที่จะช่วยให้การแลกเปลี่ยนเอกสารสำหรับการประชุมทางไกลทำได้ง่ายขึ้น ด้วยการติดตั้งเครื่องจับภาพเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะแล้วส่งผ่านไปแสดงผลด้วยความละเอียดสูงให้อีกฝั่งได้อย่างเรียลไทม์ทั้งมีฟังก์ชั่นที่แปลภาษาบนเอกสารที่ใช้เวลาประมวลผลเพียงนาทีเดียวเพื่อให้ง่ายในการสื่อสาร

ส่วนผลงานที่ได้เริ่มนำมาทำตลาดแล้วได้แก่แอปพลิเคชั่น "SkyDesk MediaTrek" นำบริการคลาวด์มาใช้เชื่อมกับเทคโนโลยี GPS บนสมาร์ทโฟน ที่จะระบุพิกัดที่อยู่และระบบจะเปล่งเสียงให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานที่ที่กำลังเดินผ่านได้ทันที ซึ่งขณะนี้ถูกนำไปใช้ในธุรกิจท่องเที่ยวในหลายเมืองของญี่ปุ่นแล้ว และกำลังจะนำไปใช้ที่สิงคโปร์ โดยโมเดลธุรกิจจะเน้นเจาะองค์กรธุรกิจ หรือหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าของตนเอง หรือทำแคมเปญการตลาดพิเศษที่จะเจาะตรงไปถึงผู้ใช้งาน โดยส่วนมากจะเปิดให้ลูกค้าของตนเองใช้งานฟรี เนื่องจากข้อมูลที่บันทึกลงไปในระบบของ SkyDesk สามารถเพิ่มในส่วนของพื้นที่ไฮไลต์หรือโปรโมชั่นพิเศษของบรรดาร้านค้าที่สามารถเป็นช่องทางในการหารายได้เสริมได้หรือกรณีของสิงคโปร์จะใช้ดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้มากขึ้น

ไอทีคุมเข้มการผลิต-รีไซเคิล

"มาซาฮารุฟุรุคาวา"Corporate Vice President & Executive General Manager of Suzuka Center บริษัทเดียวกัน กล่าวเสริมว่า อีกจุดแข็งของฟูจิ ซีร็อกซ์ คือการใช้เทคโนโลยีมาปฏิรูประบบการทำงาน เช่น ที่ Suzuka Center ได้นำ IOT มาใช้ในโรงงานผลิตที่เรียกว่า "Supply Chain Quality Management (SCQM)" เพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ และติดตามข้อมูลชิ้นส่วนต่าง ๆ ตลอดซัพพลายเชน ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตได้อย่างเต็มที่

ทั้งนำมาใช้ในกระบวนการรีไซเคิลที่ทำให้ทั้งกระบวนการผลิตจะไม่มีชิ้นส่วนเหลือทิ้งรวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาจะสามารถรีไซเคิลได้100% ตามแนวทางของ Green Technology โดยผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดแล้วจะถูกส่งคืนโรงงานเพื่อแยกชิ้นส่วนทำความสะอาด และประกอบใหม่ตามมาตรฐานของบริษัท ให้เป็นเครื่องที่ระบุว่ามาจากการรีไซเคิล สำหรับเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ สำหรับส่วนที่ไม่สามารถประกอบใหม่ได้จะถูกนำไปแยกโลหะออกเพื่อขายให้กับโรงงานอื่นต่อไป ซึ่งส่วนมากจะเป็นทองแดง และอะลูมิเนียม

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

อ.สันต์ ฝังพลอยในเทียน

โรงเรียนสอนออกแบบและผลิตเครื่องประดับอัญมณี
(Gems and Gemology and Graphic design of school)หรือ GGG
199/499 ม.นัฎยา ต.คลองมะเดื่อ อ.กระทุ่มแบน สมุทรสาคร74130

ปัญหาการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ส่วนใหญ่เป็นปัญหาของการขาดแคลนผู้ชำนาญเฉพาะด้าน เช่น ด้านเทคโนโลยีช่วยผลิตชั้นสูง ด้านการผลิตด้วยเทคนิคชั้นสูง ด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการส่งออก เป็นต้น การนำเทคโนโลยีชั้นสูงและเทคนิควิธีชั้นสูงมาช่วยผลิต เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลก จึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืนที่รัฐให้การสนับสนุนในรูปแบบวิทยาการการศึกษาต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้ผู้ประกอบการรายเล็กต้องหันมาสร้างจุดแข็ง โดยเน้นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด(Market share) กับผู้ประกอบการที่รายใหญ่ที่ถือครองส่วนแบ่งตลาดส่วนมากไว้ การพัฒนามิใช่แค่ด้านการออกแบบด้านเดียว จะต้องให้ความสำคัญกับเทคนิคการผลิตที่จะควบคุมต้นทุนโดยรวม และความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและบริการที่ลูกค้าไว้ใจได้ตลอดไป
ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่นในการสร้างอาชีพการออกแบบและผลิตเครื่องประดับอัญมณีให้แก่ผู้ที่สนใจ จึงได้วางรากฐานหลักสูตรการเรียนรู้เกี่ยวอัญมณีและเครื่องประดับ เริ่มตั้งแต่ความรู้พื้นฐานจนกระทั่งความรู้ขั้นสูง เพื่อประโยชน์แก่ผู้สนใจที่จะประกอบอาชีพด้านนี้ วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อส่งเสริมอาชีพด้านเครื่องประดับอัญมณี อาทิเช่น ดีไซเนอร์ ช่างทำแม่พิมพ์ หัวหน้างานหรือผู้ประกอบการใหม่ เป็นต้น ทั้งนี้ผู้สอนยินดีถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ เทคนิค Know how และอื่นๆ ด้วยความรักและประสงค์ดีแก่ผู้สนใจทุกท่าน ทั้งนี้ได้ตั้งชื่อว่า โรงเรียนสอนออกแบบและผลิตเครื่องประดับอัญมณี (Gems and Gemology and Graphic design of school) หรือ GGG

สอนด้วยวิทยากรดีไซเนอร์ระดับประเทศและผู้บริหารโรงงานส่งออกเครื่องประดับส่งออกทั่วโลก
เตรียมเปิดสอนแล้ว#เฉพาะวันอาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น.

1. คอร์สออกแบบด้วยกราฟิก
  1.1 การออกแบบด้วย metrix basic sketch course 5วัน /15,000 บาท
  1.2 การออกแบบด้วย metrix advance sketch course 5วัน /15,000 บาท
  1.3 การออกแบบด้วย metrix mold & sample course 3วัน/10,000 บาท

2. การผลิตเครื่องประดับ
  2.1 Process make to order. 2วัน /5,000 บาท
  2.2 Wax set technique design. 2วัน /5,000 บาท
  2.3 Jewelry process & system management. 2วัน /5,000 บาท

3.คอร์สบริหารจัดการและเทคนิคขั้นสูง
   3.1คอร์สออกแบบและประเมินราคาเครื่องประดับอัญมณี 2วัน/8,000บาท
   3.2คอร์สหลักการหล่อเครื่องประดับและหล่อฝังพลอยในเทียน 1วัน/5,000บาท
   3.3คอร์สเทคนิคแม่พิมพ์สร้อยมัดกับการบริหารต้นทุนเวลา2วัน/5,000บาท
   3.4คอร์สการจัดการระบบโรงงานผลิตเครื่องประดับขนาดย่อม(SME)2 วัน/5,000บาท
   3.5 คอร์สดูเพชรแท้เพชรเทียม  ประเมินราคาเพชรสำหรับซื้อขาย 2วัน/5,000บาท

4.คอร์สช่างทำเครื่องประดับ  2วัน/4,400บาท
     4.1ช่างแว็กซ์
     4.2ช่างพิมพ์ ทำแหวนเพชร
     4.3ช่างฝังพลอย
     4.4ช่างซ่อมตัวเรือน
     4.5ช่างชุบเงินชุบทอง
     4.6ช่างทำกรอบพระ ตัดลาย

...รับไม่จำกัดวุฒิการศึกษา 5 คนต่อคอร์ส
...เหมาะสำหรับกลุ่มหัวหน้างานหรือเจ้าของ
เราสอนให้วาดถูกต้องตามหลักการผลิตแบบโรงงานอุตสาหกรรม
สอนด้วยดีไซเนอร์ระดับประเทศ
สอนด้วยผู้จัดการฯโรงงานส่งออกระดับโลก
สอนด้วยผู้เชี่ยวชาญการผลิตและวิจัยและพัฒนาฯ

ที่ปรึกษาและฝึกอบรม
และรับสั่งทำแหวนเพชรราคาโรงงาน
http://gggschool.blogspot.com/
http://gggschool.com/
https://www.youtube.com/watch?v=u5P_lvdbHEE
คุณสันต์: 091-8078228
Email : sanaw588@yahoo.com
Line ID : gemssan
จองคอร์สเรียนก่อน3วันและต้องลงตารางเรียนตามวันและเวลากำหนด
ธนาคาร กรุงเทพ  สาขาบิ๊กซี อ้อมใหญ่  ..012-0-59395-9 ภาณุสฤษฏิ์ บุญคำ

#ไม่มีเทคนิคนี้..ไม่ต้องแข่งราคากับจีน
...6,000-12,000เม็ดต่อวัน(ฝังจิกไข่ปลา) หรือมากกว่านั้น...รอรับออร์เดอร์ด่วน
...ดีใจที่SME หลายที่เริ่มทำเป็น..เดี๋ยวท่านเตรียมแซงบริษัทใหญ่ได้เลย

คอร์สพิเศษ. ฝังพลอยในเทียน
1)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลา5,000บาท/วัน/คน
2)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลาเวลา. เน้นบริหารทั้งระบบ ,workshop 55,000บาท/3วัน/ไม่จำกัด
3)ฝังพลอยในเทียนกับการลดต้นทุนเวลาเวลา. เน้นบริหารทั้งระบบ ,วิเคราะห์เทคนิค,workshop 95,000บาท/5วัน/ไม่จำกัด