แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jack Ma แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Jack Ma แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

วาทะ Jack Ma 30ปีข้างหน้า จะทำงานวันละ4ชั่วโมง

วาทะ Jack Ma ล่าสุด “30 ปีข้างหน้า มนุษย์อาจทำงานแค่ 4 วันๆ ละ 4 ชั่วโมงก็พอ”

By  arjin

22/06/2017

Alibaba จัดงานสัมมนา Gateway ’17 ที่เมือง Detroit ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นการแนะนำการนำสินค้าของผู้ผลิตรายย่อยในอเมริกาไปจำหน่ายที่จีน แน่นอนว่าผู้ก่อตั้ง Jack Ma ก็ได้มาร่วมงานด้วย โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ CNBC และให้มุมมองที่น่าสนใจเช่นเคย

บริษัทยักษ์ใหญ่จะลำบาก

Jack Ma บอกว่าอินเทอร์เน็ตจะทำให้อำนาจของบริษัทใหญ่ลดน้อยลง และธุรกิจขนาดเล็กจะได้ประโยชน์มากขึ้น เขาใช้คำว่า การขยายฐานตลาดที่กว้างขึ้นจะเป็นรูปแบบที่นิยม แต่ในแง่สินค้าแล้ว การปรับแต่งตามความต้องการลูกค้าแต่ละรายคืออนาคต

เขาบอกว่าคนกังวลกันมากเรื่องเทคโนโลยีจะทำให้คนตกงาน แต่ Ma บอกว่าเพื่อการสร้างงานให้มากขึ้น ก็คือการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยขายสินค้าออกไปทั่วโลกมากขึ้น เขาย้ำว่าโลกต้องคิดเตรียมเรื่องนี้ได้แล้ว ไม่อย่างนั้น 30 ปีข้างหน้าเราจะอยู่ในความเจ็บปวด

อเมริกา vs. จีน

แม้ท่าทีของประธานาธิบดี Donald Trump จะส่งสัญญาณเล็กๆ ว่าอเมริกาควรหาทางเลือกอื่นที่จะไม่พึ่งพาจีน ทั้งการนำเข้า-ส่งออก แต่ Jack Ma มองอีกแบบ เขาให้ความเห็นว่าผู้ผลิตสินค้าอเมริกาประเภท Made-in-America ที่ทรัมป์ชอบยกตัวอย่างถึง เป็นสินค้าที่ชนชั้นกลางในจีนชื่นชอบมาก และอเมริกาควรให้ความสำคัญกับตลาดนี้

เขาบอกว่าในเทศกาลลดราคาประจำปี ลิปสติปที่มาจากอเมริกาสามารถทำยอดขายได้ถึง 2 ล้านแท่งภายใน 15 นาที เรื่องนี้บริษัทในอเมริกาจึงควรให้ความสำคัญมาก

A.I. และอนาคต

Jack Ma ให้มุมมองเรื่องนี้ว่า โลกกำลังท้าทายกับสองปัจจัยหลักคือ A.I. และการที่โลกไร้พรมแดน เขาเดินทางไปในหลายประเทศ ได้พบกับผู้นำแต่ละชาติ เขาก็มักจะบอกว่าขอให้ปรับตัวให้เร็ว ไม่อย่างนั้นจะลำบาก “คุณควรซ่อมหลังคาบ้านล่วงหน้า แม้มันจะยังใช้งานได้”

เมื่อถามว่า A.I. จะแย่งงานผู้คน แบบนี้จะดีเหรอ Jack Ma ก็ให้แง่คิดว่า สมัยก่อนปู่เขาทำการเกษตรวันละ 16 ชั่วโมง ปู่บอกว่านี่คืองานยุ่งมาก แต่คนรุ่นเราทำงาน 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วันเต็ม ก็บอกว่ายุ่งมาก เขาจึงเชื่อว่าอนาคตคำว่าทำงานเยอะยุ่งมากของคนจะเปลี่ยนไป อาจจะเหลือแค่สัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง (4 วันๆ ละ 4 ชั่วโมง) ก็พอ

เรื่องนี้จะทำให้ช่องว่างคนรวย-คนจนมีมากขึ้น เขาแนะนำว่ารัฐบาลทั่วโลกควรกล้าตัดสินใจเรื่องยากๆ ไม่อย่างนั้นปัญหานี้จะรุนแรงขึ้น Jack Ma ยังบอกว่าการปฏิวัติทางเทคโนโลยีเป็นต้นเหตุหนึ่งของสงครามโลกทั้งสองครั้ง เขาก็เชื่อว่าถ้าโลกจะมีสงครามโลกครั้งที่ 3 ก็อาจเป็นเพราะเทคโนโลยีอย่าง A.I. สิ่งที่รัฐควรสนับสนุนมากๆ คือการศึกษาที่จะทำให้คนเท่าทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

ที่มา: CNBC

Vision ล่าสุดของ Jack Ma

Vision ล่าสุดของ Jack Ma “วันนี้ Alibaba ใหญ่ขึ้น และเราต้องเปลี่ยน Mindset”

By arjin
18/09/2017

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว Bloomberg เพื่อฉลองครบรอบ 18 ปีการก่อตั้งบริษัท ซึ่งเขาได้เผยวิสัยทัศน์และมุมมอง รวมทั้งคำถามที่หลายคนอาจสงสัยว่า Alibaba จะทำอะไรต่อไปให้โลกตะลึงได้อีกในอนาคต

วันนี้เราใหญ่เกินกว่าจะคิดแบบเดิม

Jack Ma เริ่มเล่าถึง Alibaba ในอดีต โดยบอกว่าในวันที่เขาก่อตั้งบริษัทในห้องพักเล็กๆ มาจนวันนี้บริษัทมีมูลค่ากิจการ 4.6 แสนล้านดอลลาร์ ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เมื่อบริษัทใหญ่ยักษ์ขึ้น จะคิดแบบเดิมๆ นั้นไม่ได้

Alibaba ในช่วงแรกของการก่อตั้ง

เขาบอกว่าวันนี้ที่บริษัทเล็กๆ เราเลือกทำอะไรที่เล็กๆ ไม่ต้องมี Assets มากมายนั้นเหมาะสม แต่เมื่อคุณโตขึ้นใหญ่ขึ้น บริษัทก็ต้องกล้าลงทุนในสิ่งที่ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้ทุกอย่างไปด้วยกันได้ดี ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนสูงมารองรับ เขาเปรียบเทียบว่าเหมือนการปีนเขา ยิ่งสูงขึ้นเท่าไหร่ อากาศก็มีน้อยลง คนที่ปีนมาด้วยกันก็ยิ่งน้อยลง จึงต้องกล้าทำอะไรที่ยากขึ้น แม้จะรู้สึกโดดเดี่ยวทำอยู่คนเดียว

การแข่งขันกับ Tencent

ถึงแม้ Alibaba จะเป็นบริษัทใหญ่มาก แต่ในประเทศจีน Alibaba ก็ยังไม่ใช่บริษัทใหญ่ที่สุด ยังมี Tencent บริษัทอินเทอร์เน็ตใหญ่ของจีน เจ้าของแอพ WeChat ที่มีมูลค่ากิจการสูงกว่า และมีส่วนแบ่งในการจ่ายเงินผ่านมือถือมากกว่า Alipay เมื่อถามถึงเรื่องนี้ Jack Ma ให้ความเห็นน่าสนใจทีเดียว

เขาบอกว่า Tencent นั้นไม่มีประสบการณ์ในตลาดระดับโลกมากเท่ากับที่ Alibaba มี หรือแม้แต่ Amazon เอง เขาก็มองว่าอาจไม่มีมากเท่าที่ Alibaba มีด้วยซ้ำ ในโลกอีคอมเมิร์ซนั้นเพิ่งถือกำเนิดได้ราว 25 ปี จึงไม่ถือว่ามีใครที่เก่งหรือเชี่ยวชาญที่สุด และสิ่งที่ยากที่สุดของอีคอมเมิร์ซคือการเจาะตลาดแต่ละประเทศ

เขาย้ำว่าเวลา Alibaba ทำตลาดต่างประเทศนั้น ต้องระลึกอยู่เสมอว่าเราไม่ได้เอา Alibaba ไปทำตลาด แต่เรากำลังขยาย infrastructure ของการทำอีคอมเมิร์ซไปสู่แต่ละพื้นที่ อันได้แก่ ระบบจ่ายเงิน ระบบการขนส่งสินค้า ระบบคลาวด์ นั่นคือพื้นฐานสำคัญของการทำอีคอมเมิร์ซ เราถึงจะเจาะทุกตลาดท้องถิ่นได้สำเร็จ เขาเชื่อว่า Tencent ยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ Alibaba มั่นใจเพราะทำสิ่งนี้มานานแล้ว เขายังยกตัวอย่าง WeChat Pay ว่า ในจีนนั้นอาจจะทำได้เพราะคนจีนใช้กันหมด แต่เมื่อจะเจาะตลาดอินเดีย ก็ไม่ง่ายเพราะคนอินเดียไม่ใช้ แบบนี้เป็นต้น

เราคือบริษัท Data

Jack Ma พูดถึงความแข็งแกร่งอีกอย่างคือข้อมูล โดยเล่าว่าตั้งแต่ 9 ปีที่แล้ว เขาพูดกับพนักงาน Alibaba ว่า เราไม่ใช่บริษัทอีคอมเมิร์ซอีกต่อไป แต่เราคือบริษัท Data หรือบริษัทข้อมูล ซึ่งยุทธศาสตร์ตอนนั้นเองก็ถูกต้านจากพนักงานไม่น้อย เนื่องจากต้องมีการปรับในองค์กรเยอะ ส่วนหนึ่งเพราะคนยังมองไม่เห็นว่าจะทำเงินอย่างไรจากข้อมูล แต่มาวันนี้ก็คงเห็นแล้วว่า ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญไม่ต่างจากน้ำมันในอดีต

ความสัมพันธ์กับรัฐบาลจีน

Alipay เป็นธุรกิจการเงินที่เข้ามา disrupt และสร้างความปวดหัวให้กับรัฐบาลจีนอยู่ไม่น้อย เพราะธนาคารขนาดใหญ่ในจีนส่วนมากมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เรื่องนี้ Jack Ma ยอมรับว่าทำให้การเจรจากับเจ้าหน้าที่รัฐค่อนข้างท้าทาย

Jack Ma

เขาบอกว่าหลักการในการเจรจากับหน่วยงานรัฐคือ “รักได้แต่อย่าผูกพัน” (หมายเหตุ: มีการแก้ไขตามที่มีผู้เสนอแนะต้นฉบับใช้คำว่า fall in love, but not to marry) ส่วนหนึ่งเพราะสิ่งที่ Alibaba ทำเป็นเรื่องใหม่ กฎระเบียบที่ดูแลของรัฐนั้นหลายครั้งจึงไม่ชัดเจน และนั่นทำให้การเจรจาทุกครั้งยุ่งยากมาก เขายอมรับว่าธนาคารดั้งเดิมในจีนล้วนไม่ชอบสิ่งที่ Alibaba ทำอยู่ และในมุมของ Ma เขาไม่สนใจซื้อกิจการธนาคารหรือเข้าไปเปลี่ยนด้วย แต่บอกว่าธนาคารนั่นแหละที่ต้องปรับตัวเอง

วิสัยทัศน์เรื่องซูเปอร์มาร์เก็ตออฟไลน์

กลยุทธ์หนึ่งที่ทั้ง Alibaba และ Amazon มาทำเหมือนกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือการซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต (Amazon ซื้อ Whole Foods ส่วน Alibaba ซื้อ Hema) อะไรทำให้ทั้งสองยักษ์อีคอมเมิร์ซมาสนใจซูเปอร์มาร์เก็ต เรื่องนี้ Joseph Tsai รองประธาน Alibaba ก็ได้ให้คำตอบไว้

ซูเปอร์มาร์เก็ต Hema ที่ Alibaba ซื้อกิจการไป

เขาบอกว่าการซื้อห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ผ่านมาของ Alibaba เป็นการสาธิตมากกว่าจะขยายการซื้อกิจการในอนาคต โดยมองว่าสถานที่เหล่านี้คือที่จัดส่งสินค้า ที่ๆ ใกล้ชุมชน ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกได้ระหว่างมาซื้อของเองที่ห้าง หรือจะสั่งซื้อสินค้าให้มาส่งที่บ้าน ซึ่งทำการจัดส่งในเวลาที่สั้นมาก

Alibaba ไม่มีแผนที่จะซื้อห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตให้มากขึ้นในอนาคต Tsai มองว่าไม่จำเป็น ส่วนหนึ่งเพราะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์มูลค่าสูง แต่หวังว่าตัวอย่างที่เกิดขึ้นใน Hema จะเป็นภาพสาธิตให้เห็นว่าห้างแบบ Online-Offline เป็นอย่างไร และจะหาพาร์ทเนอร์ในอนาคตได้ง่ายขึ้น

สิ่งที่ท้าทายต่อจากนี้คือหากปริมาณการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น การจัดส่งแพ็คเกจของแต่ละวันจะทำอย่างไร ทุกวันนี้ Alibaba มีคำสั่งซื้อกว่า 55 ล้านครั้งต่อวัน และเขาเชื่อว่าอนาคตอาจถึง 1 พันล้าน สิ่งที่ต้องทำคือการใช้ทุกช่องทางมาร่วมจัดส่งให้ได้นั่นเอง

ที่มา: Bloomberg

วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ส่อง 11 อุปสรรค Jack Ma

ส่อง 11 อุปสรรค Jack Ma (ถ้าเป็นคุณอาจล้มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม)

อย่างที่ไ่ด้เกริ่นไปแล้วตอนแรกว่าแจ๊ค หม่าเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องราวต่อจากนี้ของแจ๊ค หม่าจะทำให้คุณรู้ว่า แค่ฉลาดก็ไม่สามารถกลายเป็นคนที่รวยที่สุดได้ ถ้าไม่พยายาม

1. เกิดในฐานะยากจน

      แจ๊ค หม่าเกิดมาขณะที่คอมมิวนิสต์ในประเทศจีนถูกแยกตัวออกจากตะวันตกมากขึ้นและครอบครัวของเขาก็ไม่มีเงินมากนักตอนที่พวกเขายังเด็ก ทำให้แจ๊ค หม่าวัย 12 ขวบต้องปั่นจักรยานเพื่อไปฝึกคุยกับชาวต่างชาติที่โรงแรม

2. สอบตกตลอดชีวิตการศึกษา ทั้งประถม และมัธยม

      ใครจะคิดว่าแจ๊ค หม่าเคยสอบตกจากโรงเรียนประถมศึกษา 2 ครั้ง โรงเรียนมัธยมศึกษาอีก 3 ครั้ง มิหนำซ้ำแจ๊ค หม่ายังบอกอีกว่าตัวเองไม่เก่งวิชาคณิตศาสตร์ ไม่เคยเรียนการบริหาร และที่สำคัญเขาไม่เข้าใจวิธีการอ่านรายงานการบัญชีเลย

3. สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านถึง 2 ครั้ง

      แจ๊ค หม่าไม่ผ่านการสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้ง ก่อนจะไปสอบติดที่สถาบันสอนครูในครั้งที่ 3 แต่ความพยายามของเขาก็ยังไม่เพียงพอ เพราะเขายังทำคะแนนในการสอบได้เพียง 1 คะแนน จากคะแนนเต็ม 120 อีกต่างหาก แต่ใครจะคิดว่าสุดท้ายจะกลายเป็นบัณฑิตเพียงคนเดียวในรุ่นที่กลายเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นี่ถ้าไม่อึดจริง คงนั่งคอตกอยู่บ้านไปแล้วแน่ ๆ

4. ถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัย Harvard ถึง 10 ครั้ง

      แจ๊ค หม่าได้ส่งใบสมัครไปยังมหาวิทยาลัย Harvard แต่กลับถูกปฏิเสธ และเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ถึง 10 ครั้ง ! สุดท้ายแจ๊ค หม่าก็ได้เข้าไปศึกษาต่อที่สถาบันครูหางโจว

5. โดนปฏิเสธจาก 30 บริษัทหลังเรียนจบ

      หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แจ๊ค หม่าได้ยื่นใบสมัครไปตามที่ต่าง ๆ ถึง 30 แห่ง ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกที คือเขาถูกปฏิเสธกลับมาทั้งหมด

6. เป็นผู้สมัครงานเพียงคนเดียวที่ถูกปฏิเสธจาก KFC

      มีคนสมัครที่ KFC จำนวน 24 คน โชคดีที่มีคนได้รับการตอบรับเข้าทำงานสูงถึง 96% หรือเฉลี่ย 23 คน ก็แทบจะทั้งหมดของผู้สมัครนั่นแหละ แต่โชคดีนั้นไม่ได้ตกถึงแจ๊ค หม่าอีกเช่นเคย เมื่อเขาคือหนึ่งเดียวที่ KFC ไม่รับเข้าทำงาน

7. “คุณไม่ดีพอ” คำปฏิเสธจากการสมัครตำรวจ

      ตามมาติด ๆ กับการเข้าสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ๊ค หม่าผู้ไม่ยอมแพ้ยังคงลงสมัครไปตามที่ต่าง ๆ ด้วยความที่คู่แข่งในการลงสมัครน้อยนิดโอกาสที่แจ๊ค หม่าจะได้รับโอกาสนั้นก็ย่อมมีสูง เพราะมีคนสมัครตำรวจเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น แน่นอนว่ามี 4 คนที่ได้รับเลือกในงานนี้

      แต่ในลิสต์นั้นไม่มีชื่อ ‘แจ๊ค หม่า’ ด้วยเหตุผลที่ว่า “คุณไม่ดีพอ”

8. ได้งาน ก็ยังถูกบริษัทหลอกใช้

      แจ๊ค หม่าได้รับงานชิ้นหนึ่งที่ต้องเดินทางไปถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ในฐานะตัวแทนเจรจา แต่พอสักระยะเขากลับพบว่าบริษัทดังกล่าวมีเบื้องหลังกับแก๊งมาเฟีย นอกจากนั้นยังโดนหลอกจากบริษัทว่าจะพากลับหางโจว สุดท้ายก็ถูกทิ้งไว้อยู่ที่สนามบินแบบตัวเปล่า

      โชคดียังพอมีเงินติดตัว 600 ดอลลาร์ เขาจึงซื้อตั๋วเครื่องบินไปหาเพื่อนที่ซีแอตเติลแทน

9. ถูกปฏิเสธจาก Silicon Valley ในการให้เงินทุน

       หลังจากก่อตั้งอาลีบาบาได้ไม่นาน แจ๊ค หม่าก็ได้เดินทางไปที่ Silicon Valley เพื่อขอเงินทุนมาใช้ในธุรกิจของเขา แต่ทาง Silicon Valley ปฏิเสธที่จะให้เงินทุนกับเขา เพราะมองว่าธุรกิจนี้จะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อจากนี้ ซึ่งต่อมาแจ๊ค หม่าก็ได้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจนี้เป็นไปได้ และนั้นทำให้เขาได้รับเงินทุนจาก Soft Bank ถึง 20 ล้านเหรียญ

10. อาลีบาบาไม่มีกำไรเลยตลอด 3 ปีแรก

      บริษัทไม่มีรายได้เลยแม้แต่บาทเดียว เพราะเป็นการเปิดให้บริการฟรี จนกระทั่งเกิดยุคฟองสบู่แตกในปี 2000 นักลงทุนเริ่มหดหาย และมองว่าอาลีบาบามีแต่จะเผาเงินทิ้งไปวัน ๆ บวกกับจังหวะนั้นมีคู่แข่งอย่าง eBay อยู่ในตลาดด้วยนั่นเอง แต่แจ๊ค หม่าก็ไม่ละความพยายาม และทำให้ Taobao ชนะ eBay ด้วยส่วนแบ่งตลาดเกินกว่า 60%

11. ‘การไม่เชื่อใจลูกน้อง’ คือความผิดพลาดที่แจ๊ค หม่ายังยอมรับ

      แรกเริ่มเดิมทีอาลีบาบาก่อตั้งมาด้วยพาร์ทเนอร์ 18 คน ที่ได้ร่วมรบร่วมสร้าง แต่สิ่งที่แจ๊ค หม่าพูดกับพวกเขากลับเป็นคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ ว่าพวกเขาไม่มีทางได้เลื่อนขั้นไปสู่ตำแหน่งผู้จัดการหรือผู้บริหารได้ ซึ่งแจ๊ค หม่าคิดว่าตำแหน่งเรานั้นจะสามารถเติมเต็มได้ด้วยการจ้างบุคคภายนอกเท่านั้น

      หลายปีต่อมาพาร์ทเนอร์บางคนได้ลาออกไป และแน่นอนว่าคนที่แจ๊ค หม่าบอกไว้ว่าไม่มีทางจะมีตำแหน่งที่สูงไปกว่านี้ได้ บางคนได้กลายเป็นรองประธานาธิบดีหรือแม้แต่ Directors 

      แต่ก็อย่างว่า ถึงจะเฟลมาขนาดนี้แจ๊ค หม่าก็ไม่ได้หยุดพยายามเลย นี่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่สมัยนี้เลยนะ ว่าถึงแม้เราจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ในครั้งแรก นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาขัดขาเราไม่ให้ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้

      ดราม่ากับความเฟลกันไปแล้ว มาลองส่องความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ดูบ้างดีกว่า คิดว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกันมาแล้ว เพราะพวกเราก็รู้จักจักแจ๊ค หม่าจากความสำเร็จของเขามาก่อนทั้งนั้น 

Perfect คัดความเจ๋งจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Jack Ma’

Perfect คัดความเจ๋งจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Jack Ma’

      วันนี้ Next Empire ได้คัดความสำเร็จที่สุดยอดของแจ๊ค หม่ามาเล่าให้ฟัง อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่แจ๊ค หม่าทำไว้ แต่รับรองว่าคุณจะทึ่งเมื่อรู้ว่าคน ๆ นี้เคยสร้างปรากฎการณ์อะไรเอาไว้บ้าง!?

1. 10 ปี กับการสร้างจีนให้กลายเป็นประเทศชั้นนำ

      แจ๊ค หม่าใช้เวลาเพียง 10 ปี ทำให้ประเทศจีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านการช็อปปิ้งออนไลน์

2. โอกาสสำคัญที่เปลี่ยนแจ๊ค หม่าให้กลายเป็นคนที่รวยที่สุด

      การเสนอขายหุ้นมูลค่า 150 พันล้านดอลลาร์ของ Alibaba เป็นข้อเสนอที่ใหญ่ที่สุดสำหรับ บริษัท ซึ่งนั่นทำให้แจ๊ค หม่ากลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีนด้วยมูลค่าประมาณ 25 พันล้านเหรียญ

3. จากการถูกปฏิเสธในวันนั้น สู่การซื้อกิจการในวันนี้

      ปี 2015 KFC ได้ขายกิจการในประเทศจีนกว่า 15,000 ล้านบาท ให้กับPrimavela Capital และ Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทประกอบธุรกิจการเงินการลงทุนภายใต้อาณาจักรอาลีบาบา ทำให้ทั้งสองบริษัทกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

4. ปรากฎการณ์ ‘Single Day’ กับรายได้ 1.7 หมื่นล้านใน 1 วัน

      จากการสร้าง Alibaba ของแจ๊ค หม่า ทำให้วัน ‘Single Day’ ในประเทศจีนทุบสถิติ 456,000 ล้านบาทภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงในปี 2016 ซึ่งเป็นยอดที่สูงกว่าวัน Black Friday และวัน Cyber Monday ของอเมริการวมกันถึงสามเท่า

5. ปี 2016 บุกตลาดอาเซียน ซื้อ Lazada

      แจ๊ค หม่าทุ่มงบกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อบริษัทอี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่ในเอเชียตะวันออกอย่าง Lazada มาไว้ในครอบครอง ครึ่งหนึ่งเป็นการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นรายเดิม (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอีกครึ่งหนึ่งมาจากการเพิ่มทุนของ Lazada ในรูปแบบของหุ้นที่จะขายให้แก่ Alibaba

6. ความสำเร็จที่ดี อาจไม่ได้มาจากแค่เรื่องงาน

      สุดท้ายนี้เราคิดว่าความสำเร็จนอกจากเรื่องงานแล้ว ผู้ชายคนนี้ก็ยังประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัวอีกด้วย “เขาไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อ แต่ฉันก็รักเขา เพราะเขาสามารถทำอะไรได้หลายอย่างที่คนหล่อ ๆ ไม่สามารถทได้” Zhang Ying ภรรยาแจ๊ค หม่ากล่าว

      จากผู้ชายธรรมดา สู่เจ้าของธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้าน จนกลายเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับความเชื่อถือสูงสุด 10 อันดับแรกในประเทศจีน (Forbes China 2009)

      เพราะความล้มเหลว คือบทเรียนที่ใช้สร้างเรื่องราวสู่ความสำเร็จ! ถ้าไม่มี หม่า หยุ่น ที่สอบตกในวันนั้น ก็อาจไม่มี 'Jack Ma' นักธุรกิจที่รวยที่สุดในจีนก็เป็นได้…


sources :

https://goo.gl/X1e8WM

http://www.yosuccess.com/success-stories/jack-ma-alibaba/

https://www.careerguide.com/blog/inspirational-stories/career-story-of-jack-ma-a-story-from-rags-to-riches

https://www.insbright.com/jack-ma-alibaba-founder-story/

https://nextshark.com/jack-ma-failtures/

https://in.thehackerstreet.com/jack-ma-failures/

https://www.entrepreneur.com/article/275969

http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000142449 

วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

Jack Ma, Founder and Executive Chairman of Alibaba Group

Jack Ma, Founder and Executive Chairman of Alibaba Group addresses the Economic Club of New York at the Waldorf Astoria Hotel in the Manhattan borough of New York City, June 9, 2015. REUTERS/Mike Segar

Jack Ma พูดว่า…
บอกกับบุตรหลานของคุณว่าทุกวันนี้..
โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่มีใครที่จะมารอคุณที่รั้งท้ายอยู่ข้างหลัง..

เมื่อหลอดไฟได้ถูกคิดค้นขึ้น
ไม้ขีดไฟก็ไม่ค่อยได้รับความนิยม

เมื่อเครื่องคิดเลขถูกประดิษฐ์ขึ้น
ลูกคิดก็หายไป

เมื่อกล้องดิจิตอลได้ถูกดีไซด์ขึ้น
กล้องที่ใช้ฟิล์มก็อยู่ไม่ได้

เมื่อการขายผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้น การขายแบบเดิมๆก็เริ่มลดลง

เมื่อสมาร์ทโฟน 4G ได้ถูกเปิดตัวขึ้นบนโลก
ก็ไม่มีใครต้องการจะกลับไปเปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้าน เมื่อ Application WeChat และ WhatsApp ได้ถูกพัฒนาขึ้น การพิมพ์ข้อความแบบเดิมๆ ก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

อย่ากล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องของคุณ”
นั่นเป็นเพราะว่าคนเราสามารถปรับตัว
ทำให้มีไอเดียใหม่ๆ
ตามการเปลี่ยนแปลงของโลก

บางคนถาม Jack Ma ว่า…
คุณมีเคล็ดลับอะไร
ที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ

เขาตอบว่า มันง่ายมาก…
ผมลงมือทำ ในขณะที่คุณกำลังมองผมอยู่

ได้โปรดจำไว้ว่า…โลกเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน
ถ้าคุณไม่เปลี่ยน คุณจะถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลัง

คุณหว่านอะไรลงไป คุณก็จะได้สิ่งนั้นกลับมา
เพียงแค่ต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง

ถ้าคุณใช้เวลาไปกับการดื่มเหล้า
คุณก็จะกลายเป็นคนที่ติดเหล้า

ถ้าคุณใช้เวลาไปกับการบ่น
คุณก็จะกลายเป็นคนขี้บ่น ช่างติเตียน

ถ้าคุณใช้เวลาไปกับการแต่งสวย/หล่อ
คุณก็จะกลายเป็นคนที่สวย/หล่อ

ถ้าคุณใช้เวลาไปกับการดูแลสุขภาพคุณเอง
คุณก็จะมีชีวิต สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

ถ้าคุณเป็นคนจุกจิกจู้จี้
คุณจะดูเป็นใจร้าย

ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเรียน
คุณจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้

ถ้าคุณใช้เวลาไปกับครอบครัว
คุณอาจจะส่งต่อความอบอุ่น
และความรัก ไปถึงคนที่รักคนอื่นๆ

โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ที่คุณครับไม่ใช่ใคร..

ถ้าคุณไม่ยอมเปลี่ยนสุดท้าย
คุณก็ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนอยู่ดี !!

Cr : WCI

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

Jack Ma มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้ก่อตั้ง Alibaba

20 ปรัชญาชีวิตสอนลูกที่ พ่อ-แม่ ควรอ่าน!

ติดตาม Wealth Creation

โดย Jack Ma มหาเศรษฐีชาวจีน ผู้ก่อตั้ง Alibaba

1. ไม่ต้องตั้งใจเรียนมากเกินไป นั่นที่นี้หมายถึงให้ตั้งใจเรียนอยากพอเหมาะในสาขาที่ตนสนใจ และ ควรเรียนภาษาเพิ่มเติมเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

2. หาเวลาทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย การทำกิจกรรมมีผลดีมากๆ พอๆ กับการอ่านหนังสือ

3. เลือกงานที่ชอบ และ สามารถเลี้ยงดูตนเองได้

4. ใครเก็บเงินได้ก่อน จะรวยเร็วกว่า การสอนให้ลูกหัดเก็บออมตั้งแต่เด็กจะช่วยให้เขารู้จักคุณค่าของเงิน

5. หาเป้าหมายในชีวิตให้เร็วที่สุด เพราะมันจะตรงจุด และ ไปได้อย่างถูกทาง

6. ซื้อบ้านก่อนซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ส่วนรถก็มีแต่ราคาลดลงได้แต่ความโก้เพียงเท่านั้น

7. รีบทำการผ่อนบ้านให้หมด เพราะยิ่งทิ้งค้างไว้ดอกเบี้ยก็มีแต่สูงขึ้น ถ้าแก่ไปไม่มีแรงผ่อนจะลำบากเอา

8. การเก็บเงินเป็นเพียงขั้นบันไดเพียงขั้นแรก การเก็บเงินไม่ได้ทำให้รวย แต่เราต้องรู้จักใช้ในการลงทุน

9. อย่าเป็นศัตรูกับใครเด็ดขาด เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตดำเนินลำบาก

10. ควรมีคอนเนคชั่น

11. ควรหางานทำมากกว่า 1 งาน เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตต่อไปงานที่ทำประจำจะเป็นยังไง อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง

12. อย่าดูถูกความสามารถของตัวเอง ต้องรู้จักลงมือทำมันอย่างจริงจัง

13. คว้าทุกโอกาสที่เข้ามาหาเรา

14. รีบสร้างเนื้อสร้างตัว

15. ท่องเที่ยวในตอนที่ยังมีแรงหลายๆคนอาจจะอยากเก็ยเงินไว้ท่องเที่ยวยามแก่
แต่ใครจะไปรู้อนาคตข้างหน้าว่าเราจะเป็นยังไง

16. เลือกคู่ชีวิตควรคิดให้ดีๆ

17. พ่อแม่ตัดลูกไม่ขาด สามี-ภรรยาเลิกกันได้แต่ความเป็นพ่อ เป็นแม่มันตัดกันไม่ได้ดังนั้นจงให้ความสำคัญกับท่าน

18. อย่าลืมให้ความสำคัญกับครอบครัว

19. หาเวลาอยู่ว่างๆ ให้เวลากับตัวเองได้ผ่อนคลาย

20. สุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

---------------------------
แบ่งปันความมั่งคั่งอย่างมั่นคงโดย
Wealth Creation
www.wci.co.th/blog
www.facebook.com/wealthcreationpage