แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟรนไชส์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แฟรนไชส์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แฟรนไชส์ “Coffee Love” เซ็ตอัพธุรกิจให้ลูกค้า ด้วยระบบที่มีคุณภาพ

แฟรนไชส์ “Coffee Love” เซ็ตอัพธุรกิจให้ลูกค้า ด้วยระบบที่มีคุณภาพ
26 มิถุนายน 2017 เวลา 05:05 น.

“Coffee Love” ขายระบบธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ที่มีความยืดหยุ่นสูง ชูจุดเด่นเรื่องวัตถุดิบ ให้อิสระกับผู้ลงทุน เคล็ดลับความสำเร็จคือระบบสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม
คุณปวีณา นิยมรัตน์ ตำแหน่ง Franchise Development Manager แฟรนไชส์ “Coffee Love” เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจ ว่ามาจากการมีสวนกาแฟอยู่ที่ จ.เชียงราย โดยเริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ส่งเมล็ดกาแฟออกไปต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และพัฒนาจนเป็นแบรนด์ร้านกาแฟ ในชื่อ “กาแฟสวัสดี” ซึ่งเป็นแบรนด์แรก เปิดที่สนามบินดอนเมืองเมื่อปี 2546 ดำเนินธุรกิจมาจนถึงปี 2550 จึงพัฒนาเป็นรูปแบบแฟรนไชส์

ขายองค์ความรู้และระบบการทำงาน
คุณปวีณากล่าวว่าต้องการสร้างรูปแบบแฟรนไชส์ที่แตกต่าง ไม่ต้องการมีข้อบังคับกับแฟรนไชส์ซีมากเกินไป ลูกค้าสามารถออกแบบร้านกาแฟในฝันตามแบบที่ชอบได้เอง โดยมีระบบแฟรนไชส์ของทางแบรนด์เข้าไปรับรอง โดยใช้ในชื่อ “Coffee Love” ซึ่งปัจจุบันมีแฟรนไชส์ซี 48 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 30% ต่างจังหวัด 70%

“เรียกว่า “เฟรนช้อยส์” มากกว่าแฟรนไชส์ คือเป็นทางเลือกของเพื่อนที่จะทำธุรกิจด้วยกัน โดยใช้องค์ความรู้และตัวระบบของเราในการพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ” คุณปวีณากล่าว

สร้างจุดขายความยืดหยุ่นในธุรกิจสูง ชูจุดเด่นเรื่องวัตถุดิบ
เนื่องจากเป็นผู้ปลูกกาแฟเอง คั่วเอง รวมถึงการพัฒนาตัวสูตร ทำให้ Coffee Love มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง มีการบริหารงาน 3 ส่วนที่เป็นระบบ คือสวนกาแฟที่เชียงราย โรงงานคั่วบดที่สนามบินน้ำ นนทบุรี และสำนักงานที่ดูแลแฟรนไชส์ การันตีได้ทั้งคุณภาพและการบริหารงาน

ใช้การบริหารแบบเฟรนช้อยส์ มีความยืดหยุ่นในตัวธุรกิจค่อนข้างสูง แตกต่างจากแฟรนไชส์ทั่วไปจะมีรูปแบบที่ลูกค้าต้องทำตามทั้งหมด แต่ Coffee Love ให้ลูกค้ามีร้านกาแฟในฝันในแบบที่ต้องการ มีกฎข้อจำกัดค่อนข้างน้อย

แม้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ Coffee Love มีมาตรฐานในการทำระบบแฟรนไชส์ที่ผ่านการรับรองจากระทรวงพาณิชย์ (หลักสูตร B2B) มีการประกอบธุรกิจกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของทางบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกาแฟมานานกว่า 30 ปี บริหารธุรกิจแฟรนไชส์กว่า 40 สาขา ในตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

“ตัวสินค้าที่นำมาขายในร้านเราก็ไม่ได้บังคับ 100% สามารถเสริมสินค้าที่เหมาะกับทำเลและตอบโจทย์การขายทำกำไรได้จริง เช่นเรา Set up มุมกาแฟให้ แต่ลูกค้าอยากเปิดเป็นร้านอาหารเล็กๆ ก็สามารถนำระบบการจัดการของ Coffee Love ไปใช้กับร้านอาหารของเขาก็ทำได้” คุณปวีณากล่าว

ลงทุนเริ่มต้น 155,000 บาท ไม่มีค่ารอยัลตี
“Coffee Love” มีรูปแบบการลงทุนเริ่มต้นที่ 155,000 จนถึง 400,000 บาท ต่างกันที่ขนาดของตัวเครื่อง  เลือกได้ตามระดับของการขาย ช่วยในการวิเคราะห์ทำเลว่าลูกค้าเหมาะสำหรับการลงทุนในระดับราคาไหน เป็นราคาชุดอุปกรณ์ไม่รวมค่าก่อสร้าง โดยทางแฟรนไชส์ไม่มีการเก็บค่าส่วนแบ่งยอดขาย ลูกค้าจะได้กำไร100% เต็ม สามารถดำเนินการเปิดร้านได้ในเวลาไม่เกิน 2 เดือน

และในส่วนของคุณสมบัติผู้ลงทุน คุณปวีณากล่าวว่า การที่จะสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก ต้องเลือกลูกค้าที่มีใจรักในการเป็นผู้ประกอบการ มีเวลาในการบริหารธุรกิจ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจกาแฟมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีงบประมาณในการลงทุนที่เพียงพอ

“มีใจรักในการทำธุรกิจ มีใจรักในเรื่องกาแฟ นี่เป็นสิ่งสำคัญ ขายแฟรนไชส์ไปเราก็ต้องการให้ลูกค้าอยู่ได้ เมื่อลูกค้าอยู่ได้ แบรนด์เราก็มั่นคง”

เผยเคล็ดลับระบบบริหารจัดการแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จ
คุณปวีณาเปิดเผยว่า ที่ Coffee Love ประสบความสำเร็จ ยืนระยะการทำงานด้านแฟรนไชส์มานานถึง 10 ปี มีสาขามากมายนั้นมาจากประสบการณ์ในเชิงธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องกาแฟที่ทำมานาน และมีระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพ โดยการสร้างทีมงานที่เป็นมืออาชีพไว้คอยสนับสนุนแฟรนไชส์ซี และช่วยดูแลระบบทุกอย่างภายในร้าน เช่น ระบบปฏิบัติงานหน้าร้านและหลังร้าน

อีกทั้งยังมีระบบสนับสนุนการตลาด มีทีมงานฝ่ายพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อช่วยในการพัฒนาสื่อและกลยุทธ์การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สนับสนุนแฟรนไชส์ซีในการคำนวณต้นทุนสินค้า ดูแลควบคุมการปฏิบัติงานในแต่ละสาขาให้เป็นตามมาตรฐาน

“อย่างที่บอกว่าเป็นเฟรนช้อยส์ ดูแลกันเหมือนเพื่อน มีทีมงานคอยซับพอร์ตในบริการหลังการขายในทุกส่วน หลังการเปิดมีการลงพื้นที่เข้าไปช่วยดูแล”

สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
คุณปวีณากล่าวทิ้งท้ายว่าหากต้องการให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนต้องไม่หยุดพัฒนา Coffee Love ไม่หยุดนิ่งด้วยการสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่น่าสนใจขึ้นมา โดยนำเครื่องดื่มประเภทค็อกเทลและม็อกเทลเสริมเข้ามาในเมนูหลัก ซึ่งอยู่ในช่วงพัฒนาเพื่อหาสูตรที่ลงตัวกับกาแฟ สำหรับเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันร้านกาแฟสามารถเปิดได้ถึง 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน ซึ่งเมนูเครื่องดื่มประเภทดังกล่าวจะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นได้

สนใจธุรกิจ 08-3096-1897 www.thecoffeecartel.co.th

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แฟรนไชส์

คำศัพท์แฟรนไชส์สำคัญที่ควรรู้  #bangkokbanksme #SME #แฟรนไชส์ #เคล็ดลับ

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

แฟรนไชส์เป็นอะไร

       ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมชาย รัตนซื่อสกุล

คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

       ……ตอนนี้แฟรนไชส์เป็นอะไรที่ฮ๊อตครับ คนทำธุรกิจหลายรายกำลังเล็งแฟรนไชส์ตาเป็นมัน หลายรายเริ่มวางแผนปูทางราดยางแอสฟัลเพื่อเป็นแฟรนไชส์กันแล้ว

          แต่หลายคนขยาดหลังจากศึกษารูปแบบแฟรนไชส์แล้ว เท่าที่ถามว่ากลัวอะไร คำตอบคือ กลัวความลับรั่วไหล จะป้องกันได้ยังไง

          วันนี้ผมจะมาเฉลยให้ฟังครับ จะบอกเคล็ดลับ 3 กระบวนท่าสุดยอดของสำนักบู๊ตึ๊งที่ตกเขาหายไปนานแล้ว

          เวลาให้สิทธิแฟรนไชส์ แน่นอนว่าแฟรนไชซอร์ต้องถ่ายทอดระบบงานทั้งหมดให้แฟรนไชซี และต้องสอนถึงขนาดที่แฟรนไชซีทำธุรกิจได้มาตรฐานเดียวกับแฟรนไชซอร์

          นี่เป็นข้อต่างสำคัญที่ทำให้แฟรนไชส์แท้ต่างจากแฟรนไชส์เทียม

          สุดยอดแห่งสุดยอดเคล็ดวิชา คือ ต้องสอน (แฟรนไชซี) ได้ แต่ต้อง (ให้แฟรนไชซี)  ก็อบปี้ยาก

          แปลไทยเป็นไทยได้ว่า เมื่อไรที่เขา (คนนั้น) ไม่เป็นแฟรนไชซีเราแล้ว เขาจะไม่มีทางเอาวิชาที่เราสอน เอาเครื่องมือที่เราให้ไปมาท้าตีท้าต่อยทำแข่งกับเราได้ (สักช่วงหนึ่งก็ยังดี)

ดังนั้นการดูดาวเพื่อหาทางวางค่ายกลประตูหอรบ… จึงเลี่ยงยาก

          วิทยายุทธ์ของแฟรนไชซอร์มักเป็น “ทรัพย์สินทางปัญญา” คือสิ่งที่คิดสร้างสรรค์จากสมองน้อยแต่เต็มไปด้วยหยักของแฟรนไชซอร์ เช่น เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายบริการ โนว์ฮาว หรือรูปแบบ วิธีการ ขั้นตอนในการทำธุรกิจ

          แต่บางอย่างก็ไม่เป็นทำให้การวางค่ายกลไม่ง่ายนัก ว่ากันรวมๆ มีค่ายกล 3 แบบที่งัดมาใช้ปกป้องเคล็ดวิชาของแฟรนไชซอร์ได้ คือ สัญญา กลยุทธ์ทางธุรกิจ และกฎหมาย

         ทั้งสามกระบวนท่าแม้ดูเป็นคนละเรื่องแต่ที่จริงกลับเชื่อมชิดติดพัน กระบวนท่าหนึ่งจะเสริมจุดเด่นของอีกกระบวนท่า และบางครั้งก็ช่วยอุดช่องโหว่ด้วย เราจึงต้องมีแผนสองสำรองไว้เสมอ จำที่ติวเตอร์เพลงสอนช่างยิ้มในหนัง ไอไฟน์แทงค์กิ้ว ไอเลิฟยูได้ไหมล่ะ

“เมื่อฝึกภาษาไม่ทันสอบแน่ ก็ต้องใช้วิชาเก็งข้อสอบ” ทุกอย่างมีแผนสองเสมอ…

          เอาวิธีแรกก่อน “ใช้สัญญา” ก็สัญญาแฟรนไชส์นั่นละครับ สัญญาสำคัญมากๆๆๆๆ (โปรดสังเกตไม้ยมก) ในธุรกิจแฟรนไชส์ ยิ่งประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์ สัญญาจึงเป็นอาวุธหลักเลยก็ว่าได้

          แต่เตือนไว้ก่อนว่า… “ใต้หล้าหาสัญญาที่สมบูรณ์ยากยิ่งนัก” และ “สัญญาอาจมิใช่เครื่องมือดีที่สุดในการแก้ปัญหา”

          ในสัญญาอยากให้แฟรนไชซีทำหรือไม่ทำอะไร เขียนได้ชัดๆ ตรงๆ ไปเลย เช่น ต้องจ่ายค่ารอยัลตี้เท่าไร ทุกวันที่เท่าไร ถ้าจ่ายช้าจะโดนอะไรบ้าง ฯลฯ

          ปัญหาของวิธีนี้คือจะเขียนอะไรบ้าง จะรู้ได้นี่ต้องเข้าใจระบบธุรกิจแฟรนไชส์พอตัว แฟรนไชส์ชื่อดังตกม้าหลังเดาะเพราะไม่รู้ก็มีให้เห็นมาแล้ว ลองดูสักตัวอย่าง…

        ในระบบแฟรนไชส์จะห้ามแฟรนไชซีใช้ชื่อตัวเหมือนหรือคล้ายกับชื่อแบรนด์ของแฟรนไชซอร์ เพราะเมื่อสัญญาแฟรนไชส์สิ้นสุดแฟรนไชซีต้องหยุดใช้แบรนด์ แต่เขาใช้ชื่อตัวของเขาได้ (เพราะไม่ใช่แบรนด์) ลองคิดดู ถ้าชื่อตัวเขาเหมือนหรือคล้ายกับแบรนด์อะไรจะเกิดขึ้น…

        บริษัท แบ็คขย้อนเป็นแฟรนไชซีร้านกาแฟแบล็คแคนย่อน พอเลิกแฟรนไชส์ก็หมดสิทธิใช้แบรนด์ต่อไปอันนี้ไม่มีปัญหา แต่เขาประกาศหราได้ว่าเขาคือ แบ็คขย้อนที่ตอนนี้มาทำน้ำใบบัวบกใส่ถุงขาย ข้างถุงเขียนยี่ห้อชัด น้ำใบบัวบก ผลิตโดย บริษัท แบ็คขย้อน จำกัด

        ประชาชีคงงง “เดี๋ยวนี้แบล็คแคนย่อนขายน้ำใบบัวบกด้วยเหรอ” ที่ต้องห้ามก็เพราะสาเหตุนี้ล่ะครับ

         การเขียนเงื่อนไขอะไรในสัญญาแฟรนไชส์จึงซับซ้อนน่าติดตามยิ่งนัก

          ก็มาถึงวิธีที่สอง “กลยุทธ์ทางธุรกิจ” จะใช้ยังไง ใช้แบบไหน ที่สำคัญยังต้องยัดเจ้า     กลยุทธ์ใส่ไปในสัญญาให้ได้ด้วย

          จะเล่าเรื่องเพลงมวย “กั๊กกุ๊กกุ๊ก”… ให้ฟังเป็นตัวอย่าง ตำนานเล่าว่าต้องแฟรนไชซอร์ระดับเทพชั้นเก้าเท่านั้นจึงจะฝึกปรือจนใช้เจ้าเพลงมวยชื่อประหลาดนี่ได้

          ในระบบแฟรนไชส์ แฟรนไชซอร์ต้องสอนให้แฟรนไชซีทำได้ตามมาตรฐานที่แฟรนไชซอร์กำหนด แต่… จะสอนแค่ไหน สอนจนหมดตับปอดเซี่ยงจี๊หรือเปล่า

         อืม… ถ้าสอนหมดจนถึงกึ๋นที่ไม่ใช่กระเพาะฉี่ไก่ จะเหลืออะไรให้แฟรนไชซีเขาสนใจอีกถ้าเขาทำเป็นหมดแล้ว มีโอกาสสูงลิ่วที่เขาจะหอบผ้าหนี และแปลงร่างกลายมาเป็นคู่แข่งของเราเสียเอง แน่นอนว่าสัญญาแฟรนไชส์จะห้ามแฟรนไชซีทำธุรกิจแข่งขันหลังสัญญาสิ้นสุด

         แต่ถ้าเขาไม่เชื่อเรื่องก็ต้องไปศาล แฟรนไชซอร์เขี้ยวๆ จึงต้องมีเพลงมวยกั๊กกุ๊กกุ๊กไว้กำหราบเป็นดาบสอง คือ “กั๊กวิชาบางส่วนไว้ อย่าสอนอย่าปล่อยจนหมด”

          หลายคนคงสตั้นไปสิบวิ… “ถ้ากั๊กแล้วเขาทำได้อย่างที่แฟรนไชซอร์ทำหรือ”

          คงเคยได้ยินมาบ้างว่า แฟรนไชส์ขายก๋วยเตี๋ยวบางรายบังคับให้ซื้อน้ำซุป อย่างอื่น แฟรนไชซีซื้อหาเองได้หมด ยกเว้นน้ำซุปต้องซื้อจากแฟรนไชซอร์เท่านั้น

          น้ำซุปมาเป็นก้อนๆ พร้อมวิธีใช้ ละลายน้ำแบบไหน ใส่น้ำมากเท่าไร น้ำซุปนี่ล่ะไม้ตาย

          แฟรนไชซีเบี้ยวปุ๊บก็หยุดส่งก้อนน้ำซุป แฟรนไชซีไม่รู้หรอกว่าอะไรอยู่ในก้อนซุป ถึงจะขายก๋วยเตี๋ยวได้แต่เมื่อน้ำซุปที่ทำเองรสชาติ… สุนัขเมิน แล้วจะขายสู้แฟรนไชซอร์ได้ยังไง

          นี่ละครับที่เรียกว่า (แฟรนไชส์) “ต้องสอนได้แต่ก๊อบปี้ยาก”

          ไม้ตายนี้ต้องใช้คู่กับสัญญาบังคับแฟรนไชซี… ต้องซื้อน้ำซุปจากแฟรนไชซอร์เท่านั้น

          ส่วนกระบวนท่าสุดท้าย คือ กฎหมาย (ทรัพย์สินทางปัญญา) เอาไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อครับ

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2560

บทบาทที่คุณต้องการเล่นในการทำธุรกิจ

คนส่วนใหญ่มักคิดว่า การซื้อแฟรนไชส์ เป็นหนทางลัดของธุรกิจ แต่ที่จริงแล้วเป็นเช่นนั้นหรือไม่  ลองมาตอบคำถามให้กับตัวเองก่อนดีมั้ย

อะไรคือเป้าหมายของเรา

แต่ละคนมีแรงบันดาลใจมีความคาดหวังในการเป็นเจ้าของกิจการที่แตกต่างกัน สิ่งแรกที่คุณจะต้องตั้งหลักคือ ถามตัวเองก่อนว่า อะไรคือเป้าหมายในชีวิตของคุณ ต้องการหาเงิน หรือต้องการมีชีวิตอยู่กับบ้าน หรือต้องการเป็นเจ้าของกิจการสักอย่าง คุณต้องระบุตัวตนของคุณให้ชัด

บทบาทที่คุณต้องการเล่นในการทำธุรกิจ

การเป็นแฟรนไชส์ซีมีได้ 2 ลักษณะ ประเภทแรกเป็นพวกที่ขาดความเป็นเจ้าของ งานส่วนใหญ่จะจ้างและมอบหมายให้ลูกน้องทำ ซึ่งลักษณะธุรกิจก็จะดำเนินไปวันต่อวัน อีกประเภทหนึ่งจะลงมาบริหารและผลักดันธุรกิจด้วยตนเอง

การทำธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ สิ่งที่เป็นหัวใจคือเจ้าของสิทธิ์แฟรนไชส์ได้มอบโอกาสมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสด้านการบริหารจัดการ คำถามที่สำคัญของแฟรนไชส์ซี่ร์คือต้องถามตัวเองว่าในแต่ละวันต้องการที่จะทำหน้าที่อะไร ต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ ต้องการเป็นผู้นำองค์ หรือต้องการที่จะเป็นผู้ดูแลผู้จัดการ

มีงบลงทุนเท่าไหร่

งบการลงทุนของแฟรนไชส์มีความแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรมและความจำเพาะเจาะจงของธุรกิจ บางธุรกิจลงทุนไม่กี่หมื่นบาท บางธุรกิจลงทุนกันเป็นหลักล้าน ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ชาญฉลาดจะต้องชั่งน้ำหนักงบลงทุนและสิ่งที่จะกลับคืนกลับมา โดยนำรายได้มาประเมินร่วมกับคุณภาพชีวิต ไลฟ์สไตล์ ว่ามันเป็นไปตามเป้าหมายของเราหรือไม่

การซื้อแฟรนไชส์นั้นมีการลงทุนทั้งในส่วนของค่าธรรมเนียมในการซื้อสิทธิ์ และค่าวัสดุอุปกรณ์ประกอบธุรกิจ ซึ่งแต่ละอย่างค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูงต่ำไม่เท่ากัน สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับแฟรนไชส์ซีว่ามีขีดความสามารถในการลงทุนเท่าไหร่ และอะไรจะเป็นปัจจัยที่จะมาสนับสนุนให้เขาได้ถึงยังเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

คุณมีทักษะพื้นฐานทางธุรกิจหรือไม่

แฟรนไชส์ซอร์ทุกรายต่างมีความคาดหวังที่จะให้ผู้มาซื้อแฟรนไชส์มีประสบการณ์ในธุรกิจที่เขาจะทำ มีพื้นฐานความรู้ในการเป็นผู้ประกอบการเพื่อที่จะผลักดันให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ นอกจากนี้เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ยังต้องการให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ของเขามีความรู้ด้านการตลาดเข้าใจเรื่องการขาย นอกเหนือจากความรู้เฉพาะด้านในธุรกิจอุตสาหกรรมนั้น ๆ แฟรนไชส์ซอร์ต้องการให้แฟรนไชส์ซีพุ่งเป้าหมายไปที่เรื่องการบริการลูกค้าเพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น

          หากคุณไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ การซื้อแฟรนไชส์ไม่ใช่หนทางสำเร็จของคุณ หลายคนมักคิดว่าการซื้อแฟรนไชส์เป็นทางลัดของความสำเร็จ แต่มักลืมไปว่าทุกธุรกิจต้องการคนจริงที่มีความทุ่มเทเท่านั้นถึงจะอยู่รอด