แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ  Marketing Oops แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ  Marketing Oops แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

SEAC ชวนเรียนรู้สู่ผู้นำยุคใหม่ที่ต้อง Disrupt ก่อนสร้าง Innovationposted by Marketing Oops! 

SEAC ชวนเรียนรู้สู่ผู้นำยุคใหม่ที่ต้อง Disrupt ก่อนสร้าง Innovationposted by Marketing Oops! 

ในช่วงที่โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความท้าทายในการบริหารจัดการทั้งภายในองค์กรและการวางแผนการตลาดยิ่งมากขึ้นตามเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาใหม่ หลายบริษัทรู้ทันความเปลี่ยนแปลงแต่ก็ยังมีหลายบริษัทที่ไม่ทันเตรียมตัวหรือเข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ผิดพลาด ซึ่งเทคโนโลยีเปรียบเสมือนดาบสองคมที่หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็สามารถฟันฝ่าทุกอุปสรรคได้อย่างสำเร็จ แต่หากชะล่าใจก็มีโอกาสบาดเจ็บจากความผิดพลาดนั้น

ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารระดับผู้นำองค์กรควรจะต้องเรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ผ่านบริษัท เอสอีเอซี (SEAC; South East Asia Center) ที่คร่ำหวอดในการเป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้บริหารมากว่า 25 ปี และถือเป็นโอกาสพิเศษที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับ คุณอริญญา เถลิงศรี Managing Director บริษัท เอสอีเอซี (SEAC) ในการเปลี่ยนผ่านจากผู้บริหารสู่การเป็นผู้นำยุคใหม่ให้เข้าใจโลกในปัจจุบันและอนาคต

“SEAC คือเราไม่ใช่บริษัทใหม่ แต่เราปรับเปลี่ยนมาจาก APMGroup ก่อตั้งมาถึง 25 ปี ซึ่งเมื่อ 3 ปีที่แล้วเราเห็นว่ารูปแบบธุรกิจที่ปรึกษาหรือธุรกิจการพัฒนาแบบเดิมไม่ตอบโจทย์ในปัจจุบัน เนื่องจากโลกเปลี่ยนไปมากลักษณะของคนก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน หลายคนสามารถเรียนรู้ได้จากคอนเทนท์ต่างๆ ในระบบออนไลน์ เราจึงเริ่มคิดว่าการสร้างศักยภาพคนเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และเรายังมองว่าแค่ในประเทศไทยอย่างเดียวไม่พอ เราต้องไปในระดับ ASEAN นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจาก APMGroup มาเป็น SEAC”

โดย SEAC จะเน้นการพัฒนาผู้บริหารหลายๆ องค์กร ด้วยแนวทางการพัฒนาถึง 4 ด้านทั้ง ด้านความเป็นผู้นำ (Leadership) ซึ่งผู้นำจำเป็นต้องบริหารองค์กรในรูปแบบใหม่ ด้านนวัตกรรม (Innovation)ซึ่งทาง SEAC มองว่าประเทศไทยถดถอยในเรื่องนวัตกรรม เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกันจะเห็นความถดถอยได้อย่างชัดเจน SEAC จะเข้ามาช่วยพัฒนาแนวความคิดเพื่อให้เกิดนวัตกรรมในบริษัทของไทย

“นอกจากด้านความเป็นผู้นำและด้านนวัตกรรมแล้ว เรายังเน้นไปที่ด้านการเปลี่ยนแปลง (Disruption) เนื่องจากโลกมีการเปลี่ยนแปลงถ้าองค์กรไม่มีการปรับเปลี่ยนก็จะไม่สามารถตามการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ซึ่งเราจะเน้นให้ผู้บริหารเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนที่จะไปเปลี่ยนแปลงผู้อื่น และด้านการปรับเปลี่ยน(Change)ช่วยให้ผู้นำมองเห็นถึงทิศทางหรือแนวทางการปรับเปลี่ยนองค์กรได้ โดยสรุปคือ SEAC เราจะเน้นไปในเรื่องการสร้างผู้นำ (Leadership), นวัตกรรม (Innovation), การเปลี่ยนแปลง (Disruption) และการปรับเปลี่ยน (Change) และเราต้องการเป็นตัวกลางที่จะทำให้ผู้บริหาร ผู้นำและองค์กรทั้งในไทยและในอาเซียนเดินทางไปสู่ภาพใหม่ในการทำธุรกิจแบบใหม่”

หลายคนคงคิดว่า ความรู้ในการพัฒนาเหล่านี้สามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต ซึ่งนั่นเป็นเรื่องจริง แต่คุณอริญญาชี้ว่า ที่ SEAC ไม่ได้เน้นความรู้ในเชิงทฤษฎีแบบที่สามารถหาได้ในอินเตอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว แต่ที่ SEAC ยังเน้นในเรื่องความรู้ในรูปแบบระดับโลกผ่านการใช้ผลวิจัยที่ทั่วโลกยอมรับเพื่อให้เกิดเป็นบทเรียนจากประสบการณ์จริง โดย SEAC มีพันธมิตรในต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญและความร่วมมือกับหลายสถาบันในระดับโลก การสอนของ SEAC จะเน้นไปที่กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นและได้ผลสำเร็จจริง ผสมผสานกับวัฒนธรรมของไทยหรือของอาเซียนเพื่อให้ผู้บริหารสามารถปรับใช้ในองค์กรได้อย่างไม่ขัดขืน

“เราใช้วิธีการที่ทำให้เกิดความเชื่อว่าทำไมต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง เพราะปัจจุบันวิธีการบริหารองค์กรที่ผ่านมา 20-30 ปีไม่สามารถใช้ได้แล้วในปัจจุบัน เราต้องพาตัวเองออกจากรูปแบบการบริหารแบบเดิมๆ (Comfort Zone) และต้องพาตัวเองไปคุ้นเคยกับเรื่องใหม่ ดังนั้นกระบวนการที่ให้ละทิ้งความรู้แบบเดิมๆ (Unlearn) ยากกว่าการให้ความรู้ใหม่ๆ เข้าไป ซึ่งผู้บริหารจะต้องกลับมาเรียนรู้ใหม่ (Relearn) นั่นคือกระบวนการที่เราเน้นมากกว่าการสอนเพียงอย่างเดียว กระบวนการทั้งหมดจะค่อยๆ เปลี่ยนความคิด ความเชื่อและวิธีปฏิบัติ แล้วจะมาหาวิธีการจัดการใหม่ร่วมกัน”

สิ่งหนึ่งที่คุณอริญญาอธิบายได้อย่างชัดเจน คือการแยก 2 คำจากคำว่า Innovation Disruption โดยเริ่มจากคำว่า “Disruption” ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนโดยโลกในปัจจุบันถูกทำให้เปลี่ยนแปลงด้วยคนบางกลุ่ม เช่น ในอดีตใครจะคิดว่าคนมาซื้อของออนไลน์มากกว่าเดินห้าง ซึ่ง Amazon สามารถเปลี่ยนแปลงโลกจนสามารถสร้างพฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์ได้ หรือใครจะคิดว่า Facebook ทำให้ทุกวันนี้แทบทุกเรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวสามารถเปิดเผยสู่สาธารณะชนได้ ทั้งที่ในอดีตเวลามีอะไรก็แชร์กันเฉพาะในกลุ่มเพื่อนเล็กๆ

สิ่งเหล่านี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกส่งผลกระทบกับวิถีการใช้ชีวิตประจำวันของคน และทำให้คนเริ่มคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่าควรจะต้องมีอะไรใหม่ๆ เข้ามา นั่นจึงทำให้เกิดคำว่า “Innovation” หรือนวัตกรรม เห็นได้ชัดจากธุรกิจท่องเที่ยวที่จากเดิมต้องผ่านบริษัททัวร์ แต่ปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมในการจองที่พักผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น

“นวัตกรรม (Innovation) ถูกบีบให้เกิดขึ้นจากกลุ่มบริษัทที่ออกมาเปลี่ยนแปลง(Disruption) โลกใบนี้ ทำให้เกิดการสร้างพฤติกรรมผู้บริโภครูปแบบใหม่” คุณอริญญาเน้นเรื่องนี้

จึงไม่แปลกที่ทำให้หลายองค์กรต้องเริ่มสร้างนวัตกรรมของตัวเองขึ้นมาเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคในรูปแบบใหม่ แต่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ คุณอริญญาชี้ว่า จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะสามารถทำได้อย่าง Facebook หรือ Amazon นี่คือที่มาว่าทำไมต้องมี Innovation และทำไมต้อง Disruption ซึ่งมันคือการเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ

“ในส่วนของ HR ก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในองค์กรในด้าน Disruption Innovation เพราะพฤติกรรมของพนักงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีทำให้คนรู้และเห็นอะไรมากกว่าเดิม บริษัทจะดูแลคนในรูปแบบเดิมไม่ได้ HR จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน และต้องกล้าบอกว่าระบบที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ ซึ่งระบบการตอบแทนไม่ใช่แค่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”

ในความเห็นของคุณอริญญามองว่า HR เป็นบุคคลที่สำคัญที่จะช่วยพาองค์กรไปสู่ภาพใหม่ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องเป็นคนนำองค์กรไปสู่จุดนั้นให้ได้ SEAC จึงเน้นไปที่การทำงานร่วมกับผู้บริหารระดับสูงและ HR ในการหาวิธีพาองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลง นั่นจึงทำให้หลักสูตรของ SEAC จะเน้นไปที่กลุ่มผู้นำทุกระดับตั้งแต่ C Level จนถึงหัวหน้างานและกลุ่ม HR ซึ่งหลักสูตรที่ออกแบบไว้จะไม่เหมือนกัน

“สำหรับ SEAC เราจะพุ่งไปที่ตลาด ASEAN ในช่วงระยะเวลา 5 ปี โดยในปีแรกจะพุ่งเป้าไปที่พม่า เวียดนามและสิงคโปร์และจะมีขยายตัวในเฟสอื่นๆ ตามมา นอกจากนี้ยังกำหนดเป้าหมายไว้ในการเป็นที่รู้จักในระดับโลกผ่านความสำเร็จของบริษัทที่เข้ามาพัฒนาผู้บริหาร ซึ่งต้องมีกรณีศึกษาจริงและสามารถแลกเปลี่ยนได้จริง เราอยากให้บริษัทระดับอาเซียนมีชื่อขึ้นไปติดอยู่ในระดับโลก” คุณอริญญา กล่าวสรุป

แน่นอนว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารหรือองค์กรที่ปรับตัวได้ช้าก็อาจจะตกขบวนรถไฟที่จะนำพาไปสู่จุดหมายปลายทางคือความสำเร็จ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นหากผู้บริหารหรือองค์กรไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่แนวทางที่โลกกำลังพัฒนาไป โดยที่มี SEAC เป็นเพื่อนคอยชี้นำทาง